คำพูดของอาจารย์ซ่งทำให้ผมอึ้งไปหมด ในความเข้าใจของผม การกราบบรรพจารย์ก็เหมือนกับการบูชาบรรพบุรุษ
มันก็แค่พิธีกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น!
ผมไม่เคยคาดหวังว่าจะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันจากการทำพิธีนี้ มากที่สุดก็แค่หวังว่าจะมีโชคดีเล็กๆ น้อยๆ บ้างเท่านั้น
และโชคดีก็เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่อาจารย์ซ่งกลับพูดว่าบรรพจารย์ที่ผมกราบวันนี้สามารถมอบสิ่งที่จับต้องได้จริงๆ และยังสามารถไปรับได้โดยตรง
นี่ทำให้ผมไม่อยากเชื่อเลย
แต่เมื่อมองดูสีหน้าของอาจารย์ เขาไม่ได้แสดงท่าทีเหมือนกำลังพูดเล่นเลย
ผมอยากจะถามต่อ แต่เขากลับหาวหวอด “ดึกแล้ว ได้เวลานอน พอนายไปถึงที่นั่นก็รู้เองแหละ”
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ห้องหนึ่งและบอกให้ผมนอนที่นั่นคืนนี้
ส่วนอีกห้องที่ล็อกไว้ด้วยแม่กุญแจใหญ่ อาจารย์ซ่งเตือนผมว่า “ห้องที่ล็อกอยู่ ตอนกลางคืนอาจจะมีเสียงอะไรบ้างก็ไม่ต้องไปสนใจ นอนของนายไปก็พอ”
ผมเงยหน้ามองประตูห้องนั้นซึ่งมีแม่กุญแจเหล็กอันใหญ่ล็อกอยู่
ผมไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร แต่เมื่ออาจารย์ซ่งบอกว่าอาจมีเสียงดังตอนกลางคืน ผมจึงเดาว่าในห้องนั้นอาจมีอะไรบางอย่าง…
แต่จะเป็นอะไรถึงได้ลึกลับขนาดที่ไม่สามารถให้ใครเห็นได้นะ
หรือว่า