สองสามอึก”
พูดจบ เขาก็ยกชามยาที่ร้อนกรุ่นออกมา
กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นลอยมาเตะจมูก
“รอให้เย็นหน่อยแล้วค่อยดื่มนะ” เขาส่งชามยาให้ผม
ผมรู้สึกลังเลเล็กน้อย จึงถามอาจารย์ว่าจำเป็นต้องดื่มยานี้หรือไม่
เขาพยักหน้าและบอกว่าดื่มตอนท้องว่างจะดีที่สุด เขายังบอกด้วยว่าหลังดื่มยาแล้วจะพาผมออกไปกินข้าว
เมื่อเขาพูดมาถึงขนาดนี้ ผมจึงไม่สามารถปฏิเสธได้อีก
ชีวิตของผมอยู่ในมือเขา แม้ในชามจะเป็นยาพิษ ผมก็ต้องดื่ม
กลิ่นและรสชาติของยาไม่ต้องพูดถึง มันเหม็นคาวปนขมจนเกือบทำให้ผมหมดสติไปตั้งแต่คำแรก
หลังดื่มเสร็จ อาจารย์ซ่งมองผมที่ทรมานกับรสชาติของยา ก่อนจะยื่นขวดน้ำมาให้
“ยานี้มีไว้ขับพิษจากวิญญาณ รอยจ้ำสีม่วงบนตัวนายมีเยอะขนาดนั้น ถ้าไม่ดื่มยา ร่างกายนายไม่มีทางฟื้นตัวในเวลาอันสั้นแน่”
“ขอบคุณครับอาจารย์!”
หลังดื่มน้ำไปสองสามอึก ผมรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นอาจารย์ซ่งก็ยื่นถุงผ้าเล็กๆ ใบหนึ่งให้ผมพลางพูดว่า “นี่คือของขวัญต้อนรับเข้าสำนักที่ฉันเตรียมไว้ให้ พกสิ่งนี้ติดตัวไว้ มันจะช่วยนายป้องกันตัว”
“นี่คืออะไรครับ” ผมถามด้วยความสงสัยขณะรับถุงผ้าไว้ในมือ
อาจารย์ซ่งส่งสัญญาณให้ผมเปิดดูเอง
เมื่อผมเปิด