องไม่เห็นพวกมันอีกต่อไปด้วย”
อาจารย์ซ่งพูดออกมาด้วยท่าทางสบายๆ แต่ผมกลับรู้สึกขนลุกวาบขึ้นมา เพราะคำพูดของเขายืนยันชัดเจนแล้วว่า ถ้าผมยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ผมก็ต้องทำเหมือนกับเขา กินข้าวของคนตาย ทำงานเกี่ยวกับคนตาย ส่งวิญญาณ และเก็บศพ
ไม่เช่นนั้น ผมก็จะควบคุมเคราะห์ร้ายทั้งสี่ที่อยู่ในดวงชะตาของตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ร่างกายเต็มไปด้วยรอยศพ ถูกวิญญาณร้ายตามหลอกหลอน จนกระทั่งตายอย่างไร้ทางหนี
ผมรู้สึกหดหู่มาก ในใจได้แต่คิดว่า ผมไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ในชาติก่อน ถึงต้องมาชดใช้กรรมในชาตินี้แบบนี้
เหมือนอาจารย์ซ่งจะอ่านความคิดผมออก เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่ม ถ้ามองในมุมทั่วๆ ไป ดวงชะตาของนายมันแย่มาก โดนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดมาตั้งแต่เกิด ชีวิตสั้น โชคน้อย โดนสิ่งอัปมงคลตามหลอกหลอน นี่น่ะเป็นดวงที่อยู่ไม่ยืดหรอก
“แต่สำหรับคนในสายงานอย่างพวกฉัน ดวงชะตาที่มีสี่มหาเคราะห์แบบนี้…กลับถือว่าเป็น ‘ดวงดี’ อย่างมากเลยละ”
ผมได้ยินแบบนั้นถึงกับชะงัก แล้วตกใจจนเกือบหลุดสบถ ผมนี่มันดวงกุดจะตายอยู่แล้วนะ นี่เรียกว่าดวงดีได้ยังไงกัน!
“ทำไมล่ะครับ อาจารย์ซ่ง” ผมถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง