เข้าไปพูดคุยเด็ดขาด ถ้านายทำแบบนั้น เขาไม่มีทางช่วยนายแน่นอน”
ไม่แปลกใจเลยที่ก่อนจากมาลุงอวี๋เตือนผมเป็นพิเศษว่า ศิษย์พี่ของเขามีนิสัยประหลาด และผมมีโอกาสสูงที่จะโดนปฏิเสธ
ระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่ เฉาเมิ่งก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง “น้องชาย ผมรู้จักเขาดี ท่าเรืออวี๋จุ่ยก็เป็นป้ายสุดท้ายของสายนี้พอดี ไหนๆ นายก็ช่วยผมแล้ว เดี๋ยวผมจะจอดรถและพาไปหาเขาเอง จะได้ชี้ให้ถูกตัว หวังว่าเขาจะช่วยนายได้นะ…”
มีคนพาไปย่อมดีกว่า เพราะผมเองก็ไม่รู้จักเขาอยู่แล้ว ผมจึงพยักหน้าตกลง
ระหว่างทาง เฉาเมิ่งไม่ได้ถามว่าผมเจอเรื่องอะไรมา เขาแค่คอยเตือนว่า ซ่งเต๋อไฉมีนิสัยประหลาดมาก เช่น ห้ามเหยียบเงาของเขา ห้ามทำปลาที่เขาตกหลุดจากเบ็ด และห้ามพูดคำต้องห้ามอย่าง ‘มือเปล่า’ หรือ ‘ปลาตาย’
ดูเหมือนจะมีข้อห้ามหลายอย่าง และหากทำผิดเพียงข้อเดียว ซ่งเต๋อไฉจะโกรธจัด และอาจถึงขั้นลงไม้ลงมือ
แต่ในเมื่อผมต้องการให้เขาช่วยชีวิต เรื่องพวกนี้ผมจึงจำไว้ทั้งหมด
หลังจากเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงป้ายปลายทาง ป้ายอวี๋จุ่ย
สถานที่นี้เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน จึงเรียกว่าท่าเรืออวี๋จุ่ย (ปากปลา)
ป้ายอวี๋จุ่ยห่างจากท่าเรือ