อวี๋จุ่ยเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ไม่ไกลมากนัก
หลังจากจอดรถเสร็จ เฉาเมิ่งก็รีบพาผมเดินไปยังท่าเรือ
บริเวณนี้ค่อนข้างเปลี่ยว แทบจะอยู่ชานเมือง ถนนหนทางจึงไม่มีคนเดินพลุกพล่านหรือรถสัญจรมากนัก
ไม่นานเราก็เดินมาถึงท่าเรือ
ท่าเรือแห่งนี้ไม่ใช่ท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ แต่เป็นท่าเรือเก่า มีเรือข้ามฟากลำหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง
บริเวณริมท่าเรือมีคนตกปลาอยู่กระจัดกระจายประมาณยี่สิบถึงสามสิบคน ส่วนใหญ่กางร่มกันแดดไว้ข้างตัว
มีทั้งคนที่ตกปลาด้วยเบ็ดเพียงคันเดียว และบางคนใช้เบ็ดหลายคันพร้อมกัน
เรายืนอยู่บริเวณสูงเหนือท่าเรือ มองลงไปด้านล่าง
แม้จะอยู่ไกลพอสมควร แต่เฉาเมิ่งกลับชี้ไปยังชายชราที่เรียงเบ็ดตกปลาถึงเจ็ดแปดคัน พร้อมพูดว่า
“นั่น คนผอมดำตรงนั้นที่ด้านหน้ามีเบ็ดเจ็ดแปดคัน กำลังทะเลาะกับชายอ้วนข้างๆ นั่นแหละ ซ่งเต๋อไฉ”
ผมหรี่ตามองไปตามที่เฉาเมิ่งบอก เห็นชายชราผอมดำคนหนึ่งจริงๆ เขากำลังทะเลาะกับชายร่างท้วมข้างๆ อย่างดุเดือด
เสียงทะเลาะกันนั้นฟังไม่ชัดนักว่าพูดถึงเรื่องอะไร แต่คำด่าที่เป็นเหมือน ‘ศิลปะประจำชาติ’ กลับได้ยินชัดเจนหลายประโยค
คำด่าที่หลุดออกมาแต่ละคำเรียกได้ว่า ‘จัดจ้าน’ ทีเดียว
นี่แหละศิษย์พี่ของลุง