ลุงอวี๋!” ผมถามด้วยความตื่นเต้น
“จริงสิ” ลุงอวี๋พยักหน้าพูดอย่างหนักแน่น
“แล้ว…ทางที่ว่านั่นคืออะไรครับ” ผมถามต่ออย่างกระตือรือร้น
ลุงอวี๋สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดต่อว่า “ในพื้นที่แถวนี้ ลุงรู้จักอยู่คนหนึ่ง เขามีฝีมือสูงมาก ไม่เพียงแต่ปราบผีและสลายเคราะห์ได้ แต่ยังเก็บศพและจับผีได้อีกด้วย ถ้าเขาลงมือเอง เรื่องของนายหมดห่วงแน่”
ผมฟังด้วยความตื่นเต้น ไม่ได้พูดแทรก ตั้งใจฟังจนจบ
ลุงอวี๋หยุดไปเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “นายไปที่เจียงเป่ย ตรงนั้นมีท่าเรือชื่อว่าท่าเรืออวี๋จุ่ย ไปหาคนที่ชื่อซ่งเต๋อไฉ เขาเป็นคนเก็บศพที่มีชื่อเสียงในแถบนี้”
คนเก็บศพ ซ่งเต๋อไฉ ผมจดจำชื่อนี้ไว้ทันที
แต่ก็อดถามต่อไม่ได้ “ลุงอวี๋ แล้วเขาหน้าตาเป็นยังไงล่ะครับ ถ้าผมไปถึงท่าเรือแล้วจะหาเขาเจอได้ยังไง”
ลุงอวี๋ตอบ “เขาอายุมากกว่าลุงนิดหน่อย ผมก็น้อยกว่าลุงอีก ชอบตกปลา หน้าตาค่อนข้างแหลมคล้ายลิง ไว้หนวดแพะ นั่นแหละเขา”
ผมชะงักไปเล็กน้อยกับคำบรรยาย…
ลุงอวี๋เห็นผมชะงัก จึงพูดต่อว่า “เจ้านั่นเป็นศิษย์พี่ของลุง แต่เราไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ เขาเป็นคนอารมณ์ร้าย ชอบหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่น นายไปหาเขาก็มีโอกาสที่จะโดนปฏิเสธสู