วลง “เสี่ยวเจียง เอาสักมวนไหม จะได้ใจเย็นขึ้นหน่อย”
ในสถานการณ์กดดันแบบนี้ ผมไม่ปฏิเสธ รีบพยักหน้าตอบรับ “เอาครับ”
ลุงอวี๋คลำหาบุหรี่ในความมืด แล้วยื่นส่งมาให้ผม
ผมจุดไฟแช็ก “แกร๊กๆ” และจุดบุหรี่ขึ้นก่อนจะสูบเข้าไปเฮือกใหญ่
ถึงแม้ผมไม่ใช่คนที่ชอบสูบบุหรี่ ปกติแค่สองมวนก็เริ่มเวียนหัวแล้ว แต่ในสถานการณ์กดดันนี้ ควันบุหรี่กลับทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ผมกับลุงอวี๋นั่งลงกับพื้นในความมืด สูบบุหรี่ท่ามกลางความเงียบงัน…
ด้วยแสงสลัวจากปลายบุหรี่ พวกเราสามารถมองเห็นเงาร่างของกันและกัน
ลุงอวี๋พ่นควันออกมาช้าๆ ก่อนพูดกับผมด้วยเสียงเบา “ไอ้เวรนั่น คงยืนเฝ้าพวกเราอยู่หน้าประตูแน่ๆ ตราบใดที่มันไม่เข้ามา พวกเราก็อย่าออกไป รอจนถึงเช้า ทุกอย่างจะปลอดภัยเอง”
พูดจบ ลุงอวี๋ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู
เหลือเวลาอีกห้าชั่วโมงกว่าจะถึงเช้า
เขาใช้โทรศัพท์ส่องไปรอบๆ ห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำค่อนข้างโล่ง นอกจากฝักบัว อ่างล้างหน้า กระจก ชั้นวางของ และโถส้วม ก็ไม่มีอะไรอีก
แต่สิ่งที่สะดุดตาคือ ประตูห้องน้ำที่เราเข้ามานั้นมีสัญลักษณ์ยันต์ที่ถูกวาดขึ้นด้วยเลือดสด
ผมเหลือบมองไปที่นิ้วมือของลุงอวี๋ที่ยังคงมีเลือดไหลซึม