ออกมา
น่าจะเป็นเขาที่กัดนิ้วตัวเองเพื่อใช้เลือดวาดยันต์นี้ไว้หลังจากที่เราเข้ามาในห้องน้ำ
ผมเห็นภาพนั้นอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป…
ผมพ่นควันออกมาเบาๆ แล้วตอบลุงอวี๋ด้วยเสียง “อืม”
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ตึก...ตึก...ตึก...”
และครั้งนี้ เสียงนั้นกำลังใกล้เข้ามาหาเรา
เสียงเบาราวกับกระดาษที่ร่วงลงพื้น หากไม่ใช่เพราะเราอยู่ในห้องที่เงียบสงัดและปิดมิดชิด คงแทบไม่ได้ยินเลย
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทั้งผมและลุงอวี๋ก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
ลุงอวี๋รีบปิดไฟจากโทรศัพท์ และหันไปมองที่ประตูห้องน้ำ
เสียงฝีเท้าหยุดลงหลังจากเดินมาได้ไม่กี่ก้าว เหมือนหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ
ผมรู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นที่พัดเข้ามาจากรอยแยกของประตู ความเย็นนั้นเหมือนจะแทงทะลุเข้าไปถึงกระดูก
ทันใดนั้น เสียงไอเบาๆ สองครั้งดังขึ้น
“แค็ก…แค็ก…”
เสียงนั้นไม่ดัง แต่ชัดเจนมาก และมาจากหน้าประตูโดยตรง
เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น
ทั้งผมและลุงอวี๋ต่างจ้องไปที่ประตูห้องน้ำด้วยความระแวดระวัง เรากลั้นหายใจ ไม่กล้าพูดหรือขยับตัว
หลังจากความเงียบที่กดดันอยู่ไม่กี่วินาที เสียงนั้นก็ถูกทำลา