ยลง
เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังขึ้นจากหน้าประตูอย่างไม่ทันตั้งตัวว่า
“บ้านฉันไม่อนุญาตให้สูบบุหรี่!”
ได้ยินประโยคนั้น ผมกับลุงอวี๋ต่างก้มลงมองบุหรี่ในมือพร้อมกัน
ลุงอวี๋รีบโบกมือให้ผม ส่งสายตาให้รีบดับบุหรี่
ผมไม่รอช้า จัดการดับบุหรี่ทันที
หลังจากที่บุหรี่ดับลง เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ตึก...ตึก...ตึก...”
แต่ไม่นานนักเสียงนั้นก็เงียบหายไป
ห้องกลับมาสงัดอีกครั้ง
ลุงอวี๋เอาหูแนบประตูฟังอยู่สักพัก ก่อนจะพูดกับผมว่า “เสี่ยวเจียง ไม่มีอะไรแล้ว นายงีบสักหน่อยเถอะ”
ผมยิ้มขมๆ พลางตอบด้วยเสียงเบา “ลุงอวี๋ ผมนอนไม่หลับหรอกครับ”
ในสภาพที่ตึงเครียดแบบนี้ ไหนจะอยู่ในห้องอาถรรพ์ที่มืดสนิทและปิดทึบ จะให้หลับลงได้ยังไง
ลุงอวี๋ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดว่า “ก็ได้ งั้นพวกเราก็อดทนจนถึงเช้ากันเถอะ”
ลุงอวี๋ตอบกลับมาเพียงคำเดียว จากนั้นก็เงียบไป ไม่ได้พูดอะไรกับผมอีก
เราสองคนนั่งพิงกำแพงอยู่บนพื้น สูดกลิ่นเหม็นคาวที่รุนแรงจนชวนเวียนหัว
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและอึดอัด
ผมนึกว่าเราจะสามารถผ่านคืนนี้ไปได้โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่แล้วเวลาประมาณตีสาม เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ตึก.