องเห็นใบหน้าของจางเฉียงได้เลย
เพื่อให้เขาสงบลง ผมจึงเอ่ยขึ้น “ตกลง ฉันจะลุกเดี๋ยวนี้ แต่นาย…นายช่วยเอามือออกไปก่อนเถอะ ฉันจะเก็บมีดแล้ว”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจแทบจะหลุดออกจากอก จางเฉียงกลับกดเสียงต่ำ ลากเสียงยาวว่า “เก็บมีด…”
เสียงเขาทำให้ผมขนลุกเกรียว
ผมไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง และเก็บมีดกลับเข้าไปในฝัก
วิญญาณชายชราที่ถูกผมนั่งทับไว้ เมื่อเห็นว่าผมลุกขึ้นและเก็บมีดแล้วก็รีบกลิ้งตัวหนีด้วยท่าทางเงอะงะ ก่อนจะพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ข้างๆ และหายไปในพริบตา
เสียงของจางเฉียงดังขึ้นจากด้านหลัง “ไอ้แก่นั่นหนีเร็วเหมือนกันนี่”
เสียงเขาฟังดูเฉยชาไร้อารมณ์ ทว่ายิ่งเสียงฟังดูสงบ ผมยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องคุมสติให้ได้ เพราะคืนนี้ผมมาที่นี่เพื่อจบเรื่องกับจางเฉียง
ผมค่อยๆ หมุนตัว หันหลังไปหาอย่างช้าๆ
เขายังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน แต่มือและเท้าของเขาขาวซีดผิดปกติ บวมอืด และเต็มไปด้วยคราบน้ำ
เมื่อสายตาผมหยุดที่ใบหน้าของเขา ผมสะท้านเย็นวาบไปทั้งตัว ใบหน้าของจางเฉียงบวมจนผิดรูปคล้ายกับศพลอยน้ำที่บวมพอง น้ำยังคงหยดจากร่างของ