แล้วก็ถือชามกระเบื้องสีขาวติดมือไว้ตลอดทั้งคืน แบบนั้นแหละถึงรอดมาได้”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูด ลุงขายหมึกก็หยุดมือกะทันหัน ราวกับคำพูดของผมไปกระตุ้นอะไรบางอย่างในใจเขา เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาประหลาดใจ แล้วพูดว่า
“อ้อ! ขี้เถ้าป้ายเสื้อ ถือชามกระเบื้อง…มิน่าล่ะเมื่อคืนนายถึงรอดมาได้ น่าสนใจ น่าสนใจมาก”
ลุงจ้องหน้าผมแล้วถามต่อด้วยความอยากรู้ “ว่าแต่วิธีนี้ นายคิดขึ้นมาเองงั้นเหรอ”
ลุงขายหมึกเบิกตาขึ้น มองผมด้วยความสนใจปนสงสัย แต่ผมส่ายหน้าแล้วตอบว่า
“เปล่าครับ เป็นพี่คนส่งอาหารที่สอนผมมา”
“คนส่งอาหาร?” ลุงขายหมึกดูประหลาดใจยิ่งขึ้น
ผมจึงเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะฝนตกที่ทำให้ผมต้องหลบเข้าไปในศาลา ไปจนถึงการถูกสิ่งสกปรกบางอย่างพยายามแย่งเสื้อผ้า เล่าถึงวิธีที่ผมใช้ชามกระเบื้องสีขาวป้องกันตัว และการสวดมนต์ที่ช่วยขับไล่พวกเขาออกไป…
เมื่อฟังจบ ลุงขายหมึกไม่สามารถสงบเหมือนเดิมได้อีก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ
เขานิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจ แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“นายก็ถือว่าเป็น ‘คนดีผีคุ้ม’ ถึงได้เจอผีน้อยที่ช่วยนายไว้แบบนั้น แต่เด็กมหา