เปียกโชกไปทั้งตัว ใบหน้าซีดขาวซึ่งแตกต่างจากใบหน้าเหลืองซีดเหมือนขี้ผึ้งของสิ่งสกปรกในศาลาเมื่อครู่ เมื่อเขาเข้ามาใกล้มากขึ้นผมก็สามารถเห็นรูปลักษณ์ของเขาชัดเจน เขามีปากที่กว้าง ตาเล็ก ใบหน้ากลมใหญ่ที่ดูบวมฉุ
ใช่แล้ว…เขาคือจางเฉียง เพื่อนร่วมห้องของผมที่เพิ่งจมน้ำตายไปไม่นาน
เขาเดินเขย่งเท้า ปล่อยให้สายฝนตกลงมาที่ตัวโดยไม่สนใจ เดินโซเซตรงมาทางศาลา ในใจผมเต็มไปด้วยความตกใจ
นี่มันอะไรกัน เมื่อกี้เขาก็เพิ่งมาหาผมไปไม่ใช่หรือ ทำไมเขาถึงกลับมาอีก หรือว่า…ผมถูกจับได้แล้ว
แต่ผมก็ยังไม่กล้าออกไปข้างนอก เพราะฝนยังตกอยู่ ขณะที่ผมกำลังคิดหาทางรับมือกับสถานการณ์ต่อไป จางเฉียงก็หยุดเดิน เขายืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน จ้องตรงมาที่ศาลา
ผมกลัวว่าเขาจะมองเห็นผมจึงรีบหันหลัง ใช้แขนบังหน้าตัวเองไว้พร้อมกับแอบสังเกตเขาผ่านหางตา
เขายืนอยู่กลางสายฝนโดยไม่ขยับและไม่พูดอะไร
แต่กลิ่นเหม็นคาวที่ออกมาจากตัวเขากลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผมแทบอาเจียนออกมาหลายครั้ง
ผ่านไปประมาณสิบนาที จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ว่า
“เจียงหนิง ดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่กลับหอพัก อาจารย์ให้ฉันมาตามนายกลับไป!”
คำพูดนั้นทำให้ผมสะดุ