บรวมสติ และตอบกลับไปด้วยเสียงที่ดูสงบนิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้
“มะ…ไม่ใช่ครับ ผมไม่รู้จักเขา”
“อ้อ!”
ชายชราตอบรับเพียงคำเดียว แล้วก็เงียบไป
ส่วนสิ่งสกปรกที่จ้องมองผมเมื่อครู่ ก็พากันหมุนตัวกลับไปอีกครั้ง ไม่สนใจผมเหมือนก่อนหน้า
การซ่อนตัวอยู่ที่นี่เป็นการทรมานอย่างแท้จริง
ผมไม่กล้าผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย ทรมานอยู่แบบนั้นนานประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง จนกระทั่งเสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้นอีกครั้ง
“ขอทาน ฝนใกล้หยุดแล้ว แกเข้ามาหลบฝนในนี้ก็ควรทิ้งชามกับเสื้อผ้าไว้ให้พวกเรา!”
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่ผมกลับได้ยินอย่างชัดเจน และทันทีที่เสียงเงียบลง มือคนสีขาวซีดเงาวับก็ยื่นเข้ามาใต้โต๊ะหิน เจตนาชัดเจน พวกเขาต้องการให้ผมส่งชามกระเบื้องขาวและเสื้อผ้าให้
แต่ผมจะให้ได้ยังไง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา ฟ้ายังไม่สว่าง ถ้าผมยอมส่งเสื้อผ้ากับชามให้ตอนนี้ จางเฉียงที่เป็นผีจมน้ำคงจะตามมาหาผมอีกแน่
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็กลัวว่าจะทำให้พวกเขาโกรธ แล้วถูกไล่ออกจากศาลา
ผมจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พอเช้าแล้ว ผมจะให้ครับ”
แต่ใครจะคิดว่า ทันทีที่คำพูดนั้นจบลงชายชรากลับพูดสวนมาอย่างไม่ไว้หน้า และยังดู