งตนเองขึ้นมาได้”เสียงของเจียงฉางเซิงดังขึ้น น้ำเสียงเฉยเมยเย็นชาฟ้าดินสรวลรีบเอ่ยว่า “มรรคาจารย์โปรดวางใจ ข้าทำงานรับใช้ท่านไม่มีทางเป็นอื่น ก่อนหน้านี้เพียงมิกล้ามารบกวนท่านเท่านั้น หากท่านมีเรื่องใดต้องการสั่ง ตอนนี้เชิญสั่งได้ทันที!”“อ้อ เช่นนั้นหากข้าให้เจ้าไปจัดการเทพแห่งหยินหยางเล่า”เจียงฉางเซิงปิดกั้นห้วงมิติบริเวณนี้ไว้แล้ว เขาจึงไม่กลัวบทสนทนาระหว่างพวกเขาสองคนเล็ดลอดออกไป“หากเทียบพลังแล้ว ข้าย่อมมิอาจเอาชนะเทพแห่งหยินหยาง แต่เท่าที่ข้าทราบเกี่ยวกับตัวเขา เทพแห่งหยินหยางยังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการฟักตัว หากท่านอยากเล่นงานเขาข้าสามารถนำทางให้ท่านได้ เพราะหากเขาฟักตัวออกมาสำเร็จ พลังของเขาคงเพิ่มทวีพลิกฟ้าพลิกดินอย่างแน่นอน”ฟ้าดินสรวลเอ่ยอย่างจริงจัง ยามเอ่ยถึงเทพแห่งหยินหยาง เขาไม่มีความหวั่นเกรงอย่างที่เคยมีอีกต่อไปแล้วเจียงฉางเซิงไม่เอ่ยอะไรอีก ฟ้าดินสรวลก็มิกล้าเอ่ยอะไรอีกเช่นกัน เขากลัวว่าพูดมากไปจะกลายเป็นพูดผิด เขาเชื่อว่ามรรคาจารย์มีวิจารณญาณของตนเองผ่านไปราวครึ่งชั่วยามห้วงมิติเหนือโลกคุนหลุนก็เริ่มบิดเบี้ยว แสงรัศมีสีเข้มหลากสีเปล่งแสงวูบวาบ คล้ายกับมันกำลังจะปริแตกได้ตล