“เชื่อฉันเถอะ เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงใจร้ายขึ้นมา มันแทบไม่มีขอบเขตด้วยซ้ำ มีแต่จะมากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ” เธอยิ้มพลางหัวเราะออกมา ก่อนจะมองดูเขาและเลื่อนสายตาไปยังท่อนล่าง จากนั้นก็จ้องมันเขม็ง
ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ตำแหน่งสายตาของเธอโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เซี๋ยวเซี๋ยว ถ้าเธอคิดอยากจะจำเรื่องพวกนี้เมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้เสมอนะ”
“หาน้องสาวนายสิ!”
“ฉันไม่มีน้องสาวสักหน่อย!”
เห็นได้ชัดว่าความหมายของเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ฉีเซิ่งเทียนยังแสร้งทำตัวโง่ไม่เข้าใจอีก
การประชุมระหว่างประเทศ จิ่งเป่ยเฉินดูเกียจคร้าน แต่ก็ยังทำท่าทางราวกับตั้งใจฟัง ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาแทบไม่ได้ฟังอะไรเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่จบการประชุม หลินจือเซี๋ยวก็รอให้คนอื่น ๆ ออกไปก่อน ตอนนี้ก็เหลือแค่ฉีเซิ่งเทียนและจิ่งเป่ยเฉินที่ยังคงอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่
“คิดอยากจะพูดอะไร?” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยถามอย่างเย็นชา
ฉีเซิ่งเทียนยิ้ม ก่อนจะเดินไปข้าง ๆ เขา เมื่อก้มลงมองไปที่เขาก็มีคำพูดในใจที่ถูกจัดเรียงง่าย ๆ เอาไว้เป็นเวลานาน จากนั้นจึงถามไปว่า “พี่เฉิน พี่ทำอะไรผิดต่อพี่สะใภ้หรือเปล่า?”