โอวหยางลี่ช่างเป็นคนที่คิดและพยายามทำทุกวิถีทางจริง ๆ
ถึงขนาดใช้ป้ายทะเบียนรถปลอมเพื่อหลอกให้เธอคิดว่าจิ่งเป่ยเฉินตายไปแล้ว อีกทั้งยังจัดฉากทำให้เกิดอุบัติเหตุรถตกลงไปในแม่น้ำ เพื่อให้จิ่งเป่ยเฉินคิดว่าเธอเองก็ตายไปแล้วเช่นกัน
น่าเสียดายตรงที่เขาไม่ใช่คนเขียนบทละคร
“ใช่ ใช่ ใช่ เธอจะไปเร็วแบบนั้นไม่ได้นะ ไม่มีทางเสียหรอก โหรวโหรวของฉันต้องอายุถึงเก้าสิบเก้าแน่ ๆ!” หลินจือเซี๋ยวมองเธออย่างมีความสุข “งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ หลายวันมานี้ทุกคนแทบไม่ได้ทำงานเลย บิ๊กบอสเองก็ยุ่งมาก ๆ ด้วย เธอเองก็ลำบากหน่อยนะ”
“เธอลำบากกว่าฉันอีก ไปทำงานเถอะ!” อันโหรวมองเธอเดินออกจากห้องทำงานไป
อันที่จริงแล้วจิ่งเป่ยเฉินไม่ได้เตรียมงานอะไรให้กับเธอเลย ระหว่างที่เธอไม่อยู่ งานต่าง ๆ ส่วนอื่น ๆ ก็ล้วนถูกยกไปให้หลินจือเซี๋ยวทำแทน
โทรศัพท์มือถือของเธอ จิ่งเป่ยเฉินก็ซื้อเครื่องใหม่มาให้ ไม่มีเบอร์คนรู้จักที่เคยติดต่อก่อนหน้านี้เลยสักคน แต่เมื่อเธอเปิดโน้ตบุ๊กก็เจอเบอร์โทรศัพท์ของเหอเฉ่า
โทรไปเลยดีกว่า
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง พวกเธอก็นัดเจอกันที่ร้านกาแฟ
เหอเฉ่าตอนนี้เป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์ที่ต้นทุนในการสร้างค่อนข้างสูง แม้ว่าจะปรากฏตัวไม่กี่ฉาก แต่ผู้ชมทุกคนต่างก็จดจำภาพลักษณ์ของคนมาใหม่ที่ดูไร้เดียงสาคนนี้ได้เป็นอย่างดี