ซากศพไม่เหลือแม้แต่กระดูก
และในสายตาของเธอก็เหมือนกัน จิ่งเป่ยเฉินได้ตายไปแล้ว
อันโหรวไม่ได้พูดอะไรอีก แค่เดินผ่านร่างของเขาเข้าไปในห้อง
ในคืนนั้นอันโหรวกลับไปที่ห้องก็พบว่ากล้องวงจรปิดไม่มีแล้ว
เธอไม่ได้ตอบสนองอะไรมากมาย ก่อนจะนอนลงไปบนเตียงอย่างสงบ
เช้าวันรุ่งขึ้น โอวหยางกรุ๊ป
ภายในห้องประชุม โอวหยางลี่นั่งอยู่หัวโต๊ะและเอามือจับหัวของตัวเอง เขารู้สึกไม่มีชีวิตชีวาสักเท่าไร ผู้ถือหุ้นรายอื่นต่างแสดงความคิดเห็นของพวกเขาออกมา และภายในห้องประชุมก็เริ่มเสียงดังโหวกเหวกขึ้นมา
“พอแล้ว! จะเสียงดังอะไรกันนักหนา!” โอวหยางลี่ตะโกนคำรามออกมาและมองไปที่พวกเขา “โอวหยางกรุ๊ปไม่อาจพังทลายลงได้ในตอนนี้ ตื่นเต้นกันทำไม!”
ผู้ถือหุ้นที่มองเขาที่โกรธแบบนั้นก็ต่างพากันตกใจไปชั่วครู่ และภายในห้องประชุมก็เริ่มเสียงดังกันขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านประธาน ครั้งที่แล้วเรื่องที่บริษัทจิ่งซื้อโรงงานหยกของบริษัทเหอไปจนล่มสลายนั้น ครอบครัวผู้เสียชีวิตจู่ ๆ ก็โผล่ออกมาบอกว่าคนของโอวหยางกรุ๊ปให้เงินเธอและเสนอไอเดียให้!”