“ฉันกลับพบว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดคำนั้นออกมาเลย เอางี้ดีกว่า! พี่เฉิน พี่สะใภ้ ยืมตัวสักครู่!” ฉีเซิ่งเทียนยื่นมือไปดึงอันโหรว แต่ว่ามือขวาที่ยื่นออกไปยังไม่ทันได้สัมผัสตัวเธอ เขาก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาอย่างอาฆาต
อีกแค่สองก้าว
เขาค่อย ๆ ดึงมือตัวเองกลับมาอย่างเศร้าใจ “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงแค่อยากจะถามคำถามเท่านั้นเอง!”
“ก็ถามมาตรงนี้” จิ่งเป่ยเฉินตอบอย่างเย็นชา มีเรื่องอะไรที่พวกเขายังปิดบังเขาอยู่?
อันโหรวหันไปมองเขาอย่างลังเล ทำให้เธอรู้สึกว่าฉีเซิ่งเทียนไม่เหมือนคนที่เธอรู้จัก
“ไม่เป็นไร” เขาถามอันโหรวเป็นการส่วนตัวก็ได้ แต่ว่าอยู่ต่อหน้าพี่เฉินแบบนี้ก็พูดไม่ออก
ไม่อย่างนั้นเขาจะดูไม่เหมือนชายที่สง่างามและสูงส่ง
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไร ทั้งสองก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนกระทั่งเดินออกไป
ขณะที่อันโหรวถือเอกสารเดินออกไป ฉีเซิ่งเทียนก็ยืนรอเธออยู่หน้าประตูอย่างไร้ความกังวล
“พี่สะใภ้!” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่เธอพลางยิ้มต้อนรับ
“นายอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องของหลินจือเซี๋ยวเหรอ?” เธอคิดอยู่สักพักก็เข้าใจได้