“พี่เฉินกินข้าวเละเทะได้ แต่พูดเหลวไหลไม่ได้นะ!” จู่ ๆ ฉีเซิ่งเทียนก็พูดออกมาขัดจังหวะความคิดของอันโหรว
“โอ้…น้ำเสียงของ…” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยขึ้น ดวงตาสีดำสนิทหันไปมองอันโหรวและเหลือบไปมองเขา “แล้วนายคิดจะทำอะไร?”
“อยากจะฆ่าคน!” ฉีเซิ่งเทียนกัดฟันกรอด
“นายมันบ้าพลัง” อันโหรวส่ายหน้าเบา ๆ
ฉีเซิ่งเทียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและจ้องไปที่เธอ “พี่สะใภ้ พี่ไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงฉันนะ!”
“ฉันไม่ได้ฆ่าคน” เธอตอบกลับอย่างบริสุทธิ์ใจ
จิ่งเป่ยเฉินทิ้งชื่อของเขาไว้ราวกับกลีบเมฆและสายน้ำที่ไหลผ่าน ก่อนจะเหลือบมองไปที่ฉีเซิ่งเทียน “ตอนนี้อนุญาตให้นายออกไปหา……….”
“พี่เฉิน ฉันไม่ได้คิดถึงผู้หญิงคนนั้น!” ฉีเซิ่งเทียนจนปัญญา เขาขยับร่างกายเดินไปด้านหน้าโต๊ะ “ความจริงแล้วมันเป็นแบบนี้ วันนี้เพิ่งทำงาน จึงมีเรื่องที่ต้องทำมากมายจนทำให้ฉันหงุดหงิดเลยแวะมาอู้เสียหน่อย”
“เรื่องที่ต้องคิดมีอีกเยอะ” จิ่งเป่ยเฉินมองลงไปที่กองเอกสารตรงหน้า พลันคิดอยากให้หยางหยางรีบโตไว ๆ และได้มารับช่วงต่อ
หลังจากนั้นเขาก็จะพาอันโหรวไปเที่ยวรอบโลกและอยู่ด้วยกันทุกวัน