“งั้นเธอก็อยู่ที่นี่สิ ฉันเองก็อยู่ที่นี่ พวกเราคืนนี้ ฉันจะขอไปดูในห้องก่อนละกันว่าสภาพเป็นยังไงบ้าง” ครั้งนี้เขาลุกขึ้นและเดินออกไปทันที โดยไม่รีรอที่จะให้หลินจือเซี๋ยวดึงตัวเขากลับมาอีกครั้ง
เมื่อมองดูเขาที่เป็นเหมือนดั่งเจ้านาย ตัวเธอก็เหมือนกับลูกหนี้ ห้องนอนก็ต้องยกให้เขาไปแบบนี้งั้นเหรอ?
จะให้เธอมานอนบนโซฟาแบบนี้ไม่ได้นะ
ฉีเซิ่งเทียนมองตรงไปที่ห้องนอนตรงหน้า ในห้องไม่ได้ใหญ่มาก เตียงก็ไม่ได้กว้าง แต่ดูแล้วอบอุ่นชอบกล ข้างในมีรูปถ่ายจำนวนมากของหลินจือเซี๋ยวแขวนเอาไว้เยอะแยะ อีกทั้งยังมีอันโหรวอยู่ด้วย
คิดไม่ถึงเลยว่าก่อนหน้านั้นสกุลอันที่ร่ำรวยขนาดนั้นจะยังนับเธอเป็นเพื่อน
ขณะที่เขากำลังมองดูอยู่นั้น ที่ด้านหลังก็มีเสียงเดินตามมาเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า “คุณคิดว่าพวกเราควรจะนอนเตียงเดียวกันอีกครั้งอย่างนั้นเหรอคะ?”
หลินจือเซี๋ยวมองทุกอย่างโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา เตียงที่มีผ้าห่มหนึ่งผืน หมอนที่มีแค่ใบเดียว ถ้าออกจากห้องนอนไปก็ถือว่ายังนอนได้
“เธอเอาจริง?” ฉีเซิ่งเทียนเดินตามออกไป
เธอวางหมอนไว้บนโซฟาและจัดแจงที่ซะดิบดี พร้อมกับปิดทีวี หลังจากนั้นก็เอนตัวลงนอนบนโซฟา