ซึ่งตัวเธอเองก็ได้จัดแจงเรื่องพวกนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ข้างนอกตอนนี้ซับซ้อนเกินไป โดยเฉพาะเรื่องลูกชายของเธอที่ทำตัวน่าอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายแบบนั้น
“ถ้าฉันไม่กินคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่คุณคงคิดอยากจะให้หลานชายได้กินอะไรใช่ไหม?” ไม่มีข่าวคราวมาหลายวันแบบนี้ ตัวเธอก็แทบจะทนไม่ไหว คิดอยากจะพบโอวหยางลี่
ถ้าหากอยู่ภายใต้คนแบบนี้ต่อไปมีหวังเธอได้กลายเป็นบ้าพอดี
ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีเลี้ยงลูกในท้องด้วยซ้ำ ถ้าจะเลี้ยงให้ดีก็ต้องทำให้จิตใจอยู่ในสภาพอารมณ์ดีด้วยเช่นกัน แต่นี่กลับทำให้เธอจิตใจไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังเธอได้กลายเป็นโรคซึมเศร้าแน่ ๆ
“เหมียวเหมียว เธอฟังฉันนะ เขาทำงาน และเขาก็ยุ่งมาก อีกอย่างตอนนี้กำลังเดินทางไปต่างเมืองในเรื่องธุรกิจ ไม่อย่างนั้นเขาคงมาหาเธอแล้ว!” เฉาลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเย็นเฉียบ
“งั้นไว้รอเขากลับมาก่อนค่อยกินก็ได้” เหอเหมียวเดินไปที่เตียง ก่อนจะเอาผ้าห่มมาคลุมที่ใบหน้าและคลุมตัวไว้ทั้งตัว