“งั้นเจ็บใจหนักแล้วควรไปหาคุณเหรอคะ? ประธานจิ่งเป็นผู้ชายที่ถือว่าฉันเลือกมาอย่างดี เป็นผู้ชายที่ควรเหมาะกับการเป็นลูกเขยชั้นเลิศ แต่คุณชั่วชีวิตนี้คงไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกมั้งคะ” เธอรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดที่ว่าเจ็บใจหนักถึงขนาดไปหาจิ่งเป่ยเฉิน
แม้ว่าตอนนั้นเธอจะถูกวางยา แต่ถ้าหากไม่ใช่จิ่งเป่ยเฉินปรากฏตัวขึ้นมาละก็ เธอคงกระโดดลงทะเลเพื่อหนีเรื่องพวกนี้แล้วใช่ไหม?
เมื่อครู่จิ่งเป่ยเฉินที่กำลังจะเดินเข้ามาได้ยินชื่อของเขาจากปากของเธอก็เผลอยิ้มมุมปากขึ้นมา สมกับเป็นโหรวโหรวของเขาจริง ๆ ดีมาก
“เลขาน้อยช่างพูดเก่งจริง ๆ นะ ถึงขนาดพูดคำเยินยอได้ชัดเจนเสียขนาดนี้ ประธานจิ่งให้ประโยชน์อะไรกับเธอกันแน่?” เห่อฮวาฮุยเหลือบมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินที่ยืนอยู่หน้าประตู รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน “ถ้าหากวันหนึ่งเธอเบื่อเขาแล้วละก็ พี่ชายคนนี้พร้อมต้อนรับเธอเข้ามาในอ้อมกอดของพี่ชายนะ ตอนนี้ก็สามารถมาได้ รับรองว่าต้องอบอุ่นอย่างแน่นอน อยากลองดูไหม?”
อันโหรวยิ้มอย่างเย็นชา “วันนี้คุณคิดอยากจะถูกตีท้ายครัวหรือยังไงถึงได้มาที่นี่?”
เห่อฮวาฮุยหัวเราะพลางลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปที่จิ่งเป่ยเฉินที่กำลังเดินเข้ามา “ประธานจิ่ง เลขาของคุณนี่น่าสนใจจริง ๆ ผมยืม…แค่กแค่ก ผมเองก็ไม่คิดจะพูดอะไรทั้งนั้น”
อันโหรวเห็นจิ่งเป่ยเฉินตั้งนานแล้ว ตัวตนที่เขายืนอยู่ล้วนไม่เคยถูกมองข้าม