“ที่รัก” เขานั่งลงใกล้ ๆ เธอก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ และหอมแก้มเธอ
อันโหรวไม่สนใจเขาเลยสักนิด เธอมองหยางหยางอย่างกระตือรือร้น “หยางหยาง วันหลังไม่ต้องฝึกกับพ่อจ๋าแล้วนะ แล้วก็ไม่ต้องเรียกให้พ่อจ๋าสอนลูกด้วย เขามันโรคจิต!”
“โหรวโหรว เธอพูดแบบนี้กับสามีตัวเองเหรอ?” เขามีร่างกายที่แข็งแรงเธอควรดีใจไม่ใช่เหรอ?
“ที่รัก ฉันกำลังชมคุณอยู่ต่างหาก!” เธอเป็นห่วงลูกที่ดูลำบากอยู่ทุกวัน
“แม่จ๋าผมไหว” เขายกแก้วนมบนโต๊ะขึ้นดื่มจนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว
อันโหรวเห็นท่าทางแบบนั้นก็หมดหนทาง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองที่จิ่งเป่ยเฉิน สุภาพบุรุษตัวน้อยของเธอ!
ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดื่มนมแล้วดูภูมิใจขนาดนี้?
หลังจากที่เขามองสายตาของเธอ จิ่งเป่ยเฉินก็รีบพูดขึ้นมาทันที “หยางหยาง!”
หยางหยางมองที่เขา การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มช้าลง ใบหน้าก็ยังคงแดงก่ำ
อันโหรวหมดคำพูด จิ่งเป่ยเฉินมีอำนาจกับลูกของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
เธอตัดสินใจที่จะไม่สนใจเขาและกินข้าวต่อ!
ในระหว่างที่กินข้าว โทรศัพท์ของอันโหรวก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสายจากหลินจือเซี๋ยวที่โทรวีแชตมา เธอจึงกดรับทันที
“โหรวโหรวช่วยฉันด้วย! ผู้จัดการฉีจะฆ่าคน!” เสียงหลินจือเซี๋ยวดังขึ้นมาจากปลายสาย
อันโหรวรีบวางแก้วน้ำในมือทันที เธอโทรศัพท์ยื่นโทรศัพท์ไปหาจิ่งเป่ยเฉินและเปิดเสียงหลินจือเซี๋ยว หยางหยางและหน่วนหน่วนก็ตั้งใจฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ