เสียงของเขาไม่ดังหรือเบาเกินไป อันโหรวจึงได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน
พวกเขามาแล้ว…..เร็วเสียจริง!
“สะใภ้อัปลักษณ์ต้องไปเจอแม่ย่าสินะ?” เธอลุกขึ้นจากตักเขา “นายดูสิ! ฉันบอกแล้วหลังจากที่ข่าวออกไปจะต้องมีปัญหาตามมาอีกเยอะแยะมากมาย”
“ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง อย่างน้อยต่อจากนี้เธอก็ไม่ต้องแต่งหน้าอีกต่อไป” เขาเองก็ลุกขึ้น คอมพิวเตอร์ยังคงเปิดค้างอยู่แบบนั้น ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกไป
“จิ่งเป่ยเฉิน แม่ของนายต้องใช้สายตาพิฆาตมองฉันแน่ ๆ” ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุยกับซูรั่วหยา แต่ยังมีหยางหยางกับหน่วนหน่วนอีก เธอต้องอธิบายยังไง!
“นายจะบอกพวกเขาได้ไหมว่าหยางหยางกับหน่วนหน่วนไม่ใช่ลูกนาย?” ปิดบังหลานตระกูลจิ่ง เธอกล้าดียังไงกัน!
“ฉันบอกไปตั้งนานแล้ว” คำพูดที่พูดออกไปแล้วคืนคำไม่ได้
เธอเม้มปากและไม่ได้พูดอะไรอีก มือซ้ายของจิ่งเป่ยเฉินที่ไม่ได้บาดเจ็บโอบเอวเธอไว้ เมื่อขึ้นไปชั้นบนก็เห็นซูรั่วหยาอุ้มหน่วนหน่วนอยู่ ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นยิ้มแย้มอย่างมีความสุข พร้อมพูดคุณย่า คุณย่า
ส่วนหยางหยางก็นั่งอยู่บนตักของจิ่งเซิง ดูท่าทางอย่างช่วยไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้มีสีหน้าที่บึ้งตึง แค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเสียมากกว่า เธอได้ยินเสียงของจิ่งเซิงอย่างชัดเจน “นิสัยของหลานเหมือนเฉินเอ๋อร์ตอนเด็กอย่างกับแกะ มองแวบเดียวก็รู้เลย!”
เพราะงั้นถ้าเธอพูดว่าไม่ใช่ พวกเขาก็คงไม่เชื่อสินะ?
“พ่อ แม่”
“คุณลุง คุณป้า!”