“มือของนายรู้สึกเป็นยังไงบ้าง? ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า?” เธอเปิดผ้าห่มขณะที่กำลังพูด แต่แล้วมือของเขาก็พยายามที่จะเลิกชุดนอนของเธอขึ้น
“จิ่งเป่ยเฉิน!” เธอขยับตัวไปด้านข้างอีกครั้ง ก่อนจะเตะเข้าไปที่ต้นขาของเขาและพูดว่า “ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของนายจะดีขึ้นเยอะแล้วนี่!”
ความเจ็บปวดนี่มันไม่ซื่อสัตย์เอาเสียเลย!
“ที่รักจ๋า เธอทำกับคนป่วยแบบนี้ได้ยังไง?” เขาครวญครางขึ้นมา เพิ่งถอดเสื้อผ้าออกแบบนี้ จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวให้ไกลถึงขนาดนั้นเลย?
“ป่วยกับผีนายสิ!” เมื่อเทียบกับตัวเขาแล้ว เธอดูเหมือนคนป่วยมากกว่าเสียอีก
ได้รับบาดเจ็บแต่ยังมีแรงเหลือล้นเสียขนาดนั้น เธอแทบอยากจะกระโดดลงจากเตียงทันที “ลุกขึ้นมากินข้าวกินยาแล้วกลับบ้านกันไหม? หรือจะกลับบ้านไปค่อยกินข้าวกินยา?”
“ฉันอยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย มือก็เจ็บ มึนหัวก็มึน แถมใจสั่นอีก” เขาหลับตาลง ใบหน้าก็พลันแสดงอาการคล้ายกับเจ็บปวดเสียมากมาย
“มือเจ็บ ฉันเชื่อ แต่อาการมึนหัวคืออะไร? ใจสั่นที่ว่านั้นมาจากไหน?” เธอยอมรับเขาเลยจริง ๆ ตัวเขานั้นคิดอยากจะลวนลามเธอมากแค่ไหนถึงได้ยอมแกล้งทำเป็นป่วยแบบนี้
จิ่งเป่ยเฉินเงียบปาก ไม่เอ่ยคำพูดใด ๆ ก่อนจะนอนอยู่บนเตียงคล้ายกับตุ๊กตาที่เป็นเครื่องประดับ ถ้าหากผู้คนเห็นก็คงอดคิดอยากจะเข้าไปช่วยดูแลไม่ได้