ป๋าขึ้นมาแนบตัวและมองดูเธอที่กำลังจะลุกขึ้น
เหอเหมียวจิบกาแฟขึ้นอีกรอบ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป
ในวันนั้นอันโหรวกับหลินจือเซี๋ยวซื้อเสื้อผ้ามาสองชุด พร้อมกับตัดผมสั้นประบ่า ผมสีน้ำตาลแดงลอนผมเล็กน้อย แม้ว่าทรงผมก่อนหน้านั้นจะดูดีมากอยู่แล้ว แต่เมื่อทำทรงผมสั้น ๆ แบบนี้กลับให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน
เวลาก็ได้ล่วงเลยไปยันค่ำ ก่อนจะหาข้าวเย็นกินที่ข้างนอกแล้วเธอก็ค่อยกลับบ้านไป
เธอเดินเข้าประตูไปพร้อมกับลมหนาวที่พัดผ่าน ก่อนจะชนกับหน้าอกที่อบอุ่นเข้าอย่างจัง หลังจากนั้นก็ถูกคนตรงหน้ากอดเอาไว้อย่างแน่นแน่น “หนาวไหม?”
“ไม่หนาว” เธอเป็นกังวลว่าถ้าหากตัวเองไม่กลับคงมีใครบางคนโกรธแน่ ๆ
“ฉันหนาว” จิ่งเป่ยเฉินกอดเธอไว้แน่นมาก ตอนที่เธอเดินออกไปนั้นบอกกับเขาว่าจะรีบไปรีบกลับ แต่ครั้งนี้เธอได้กลับมาช้ามากจริง ๆ สามทุ่มแล้วถึงได้กลับมา
สิ่งที่เขาพูดนั้นดูไร้สาระมากเลยใช่ไหม? ภายในห้องแม้จะมีเครื่องทำความอุ่น อีกทั้งตัวเขาก็สวมแต่ชุดนอน เธอยังรู้สึกว่าตัวเขานั้นร้อนเสียยิ่งกว่าคำพูดที่เขาเพิ่งพูดออกมาว่าหนาวด้วยซ้ำ
“จิ่งเป่ยเฉิน นายต้องทำตัวเป็นแบบอย่างให้กับเด็ก ๆ นะ ห้ามพูดโกหกสิ” เธอขยับตัวไปมา เพียงแต่อ้อมกอดนี้กลับแน่นกว่าที่คิด มันทำให้ตัวเธอรู้สึกว่าหายใจได้ค่อนข้างยาก
“ฉันพูดโกหกตรงไหน?” เขายกมือขึ้นปิดประตูและกอดเธอพร้อมกับเดินเข้าไปข้างใน
คิดจะทวงความแค้นกันหรือไง?!
เธอถูกลากและผลั