แต่บรรยากาศรอบ ๆ ตัวของจิ่งเป่ยเฉินนั้นดูกดดันมากเกินไป เธอจึงรีบออกจากห้องผู้ป่วยไปทันทีที่อันโหรวพูดจบ
เมื่ออาจารย์เดินออกไป คุณหมอก็ได้เข้ามาตรวจดูอาการทันที
จิ่งเป่ยเฉินกอดไปที่เอวของเธออย่างแน่นและมองไปที่หน่วนหน่วนอย่างเป็นกังวล เพื่อรอลุ้นผลตรวจ
“ถ้าไม่มีอาการอ้วกก็น่าจะไม่มีอะไรที่กระทบกระเทือนกับสมองนะครับ” คุณหมอหันไปมองที่ใบหน้าที่แสนเย็นชาของจิ่งเป่ยเฉิน บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเขาทำให้คุณหมอถึงกับตัวหด “ประธานจิ่ง เด็กไม่เป็นอะไรแล้ว สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ”
เมื่อพูดจบเขาก็รีบเดินออกไปทันที อันโหรวเดินออกจากวงแขนของจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะเข้าไปอุ้มหน่วนหน่วนและมองสองคนพ่อลูก และพูดว่า “ไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลกับรับยาให้เรียบร้อยด้วย”
ถ้าหากทั้งสองคนช่วยกันและกันก็อาจจะช่วยเพิ่มระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งตัวเธอเองก็กำลังช่วยเขาอยู่!
จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่สีหน้าของอันโหรว ก่อนจะเดินไปพร้อมกับหยางหยางและก้มหน้ามองไปที่เขา คล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง หยางหยางเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับพูดว่า “ไปกันเถอะ!”
ท่าทางที่เย็นชาและดูโหดร้ายแบบนี้ช่างคล้ายกับตัวเขามาก สมกับเป็นลูกของเขาจริง ๆ ในใจของเขาเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาเล็กน้อย นี่คือลูกชายแท้ ๆ ของเขาเอง
หลังจากหยางหยางและจิ่งเป่ยเฉินออกไป เธอก็ได้ถือกระเป๋าของลูกน้อยทั้งสองคนไว้ตรงไหล่ข้างหนึ่ง ก่อนจะห่อเสื้อกันล