มที่จิ่งเป่ยเฉินเอามาด้วยไว้ที่ตัวของหน่วนหน่วน เมื่อจัดแจงตัวเองเสร็จเรียบร้อย เธอก็อุ้มอันหน่วนขึ้นมาและพูดว่า “ข้างนอกหนาว อุ้มแบบนี้จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นนะ”
“คล้ายกับพ่อจ๋าเลยใช่ไหมคะ” นัยน์ตาสีฟ้าโต ๆ กะพริบปริบ ๆ ไปมา ก่อนจะมองเธอด้วยรอยยิ้มด้วยท่าทางที่ดีใจ
“ดูเหมือนหน้าผากของหนูจะไม่เจ็บแล้วใช่ไหม” นี่ก็ถือว่าดีสุด ๆ แล้ว เธอเองก็กังวลเกี่ยวกับรอยแผลเป็นของเธอจริง ๆ เพราะถึงอย่างไรใบหน้าก็ถือว่าเป็นจุดที่มีเสน่ห์และสวยที่สุดของหญิงสาวทุกคน
ถ้าหากเธอโตขึ้นมาและเห็นรอยแผลเป็นที่ไม่ยอมจางหาย แบบนั้นเธอก็คงรู้สึกเสียใจแน่ ๆ
“ไม่เจ็บแล้ว มีแม่อยู่ก็ไม่เจ็บแล้วค่ะ” เธอจูบที่แก้มของอันโหรวทันที ก่อนจะพูดว่า “แม่จ๋า พวกเราออกไปกันเถอะ”
“ได้จ้ะ” ตอนนี้พวกเขาออกไปข้างหน้า และคงไปรอพวกเขาที่หน้าประตูโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินกลับไปดูพวกเขาโถงรับยา
ฤดูหนาวมาถึงแล้ว จึงทำให้มีคนป่วยเพิ่มมากขึ้น เธอเองก็รู้สึกได้ว่าการอุ้มหน่วนหน่วนแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว “แม่จ๋า พ่อจ๋ากับพี่จะมาตอนไหนคะ?”
เธอคิดอยากจะยิ้ม แต่เมื่อครู่ที่พวกเธอเพิ่งมาถึงห้องโถงใหญ่ พวกเขาก็น่าจะจ่ายยาอยู่ ไม่ได้รวดเร็วเท่าพวกเธอ
“เดี๋ยวพวกเขาก็มาแล้ว” เธอเดินช้า ๆ ไปนั่งที่ห้องโถง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกอะไรบางอย่างแปลก ๆ กับผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้สีฟ้า เธอรู้สึกคุ้นเคยกับรูปร่างของเธอมากจริง ๆ
โดย