กายค่ะ” เธอกัดแอปเปิลอีกหนึ่งคำ สายตาก็พลันเห็นจิ่งเป่ยเฉินถือถุงสีดำใบหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เธอเอียงคอมองดูด้วยความอยากรู้ “พ่อจ๋า พ่อถืออะไรมาคะ ให้หน่วนหน่วนเหรอคะ?”
“ของเล่นของแม่จ๋าครับ” จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้ามองไปที่พวกเธอก่อนจะมองไปที่ชั้นบน
“พ่อจ๋าลำเอียง มีแต่ของเล่นของแม่ ไม่มีของหน่วนหน่วนบ้างเลย” หน่วนหน่วนมองไปที่แผ่นหลังของเขาก่อนจะเบ้ปากพูดขึ้น
ครั้งนี้อันโหรวก็คิดอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปอีกครั้ง นั่นมันของเล่นของเธอที่ไหนกัน?
“หน่วนหน่วนเล่นของเล่นของตัวเองไปก่อนนะ แม่จ๋ามีเรื่องต้องพูดกับพ่อจ๋า” เธอปล่อยมือของลูกสาวและเดินขึ้นไปชั้นบน เธอก้าวสามขั้นและก้าวสองขั้นขึ้นบันไดไปอย่างเร่งรีบ
เมื่อเข้าไปในห้องก็เห็นจิ่งเป่ยเฉินกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างช้า ๆ เป็นธรรมชาติ และพูดขึ้นว่า “ครั้งหน้าช่วยสังเกตถ้อยคำของลูกไว้หน่อยจะได้ไหม?”
“ก็เธอซื้อมันมาเองนี่” กล่าวอีกนัยหนึ่งคือสิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขามากเสียหน่อย
“การกระทำของนายดูเร็วเกินไปหรือเปล่า วันนี้ส่งหยางหยางเข้าไปเรียนเทควันโดแล้วเหรอ?” เธอเดินไปด้านหน้าตู้เสื้อผ้า แต่เธอยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกเขาขวางไว้
เธอก้มหน้าก้มตา ก่อนจะมองไปที่แขนแข็งแรงของเขา “นายให้ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”
“เธอควรไปอาบน้ำก่อน” เขาก้มหน้ามองเธอและพูดเบา ๆ “ตอนที่ฉันอายุเท่าเขา ก็ไปตั้งหนึ่งปีกว่าเชียวนะ”
“ไม่ใช่อะไรที่จะชื