้าของเขา และเธอเองก็เป็นคนเก็บและซ่อนมันไว้เอง อีกอย่างจิ่งเป่ยเฉินก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะตรวจสอบอีกด้วย!
เขาชำเหลืองสายตามองไปยังชุดในมือของเธอ ก่อนจะพูดว่า “ฉันรู้สึกว่าชุดนอนที่ใส่อยู่ตอนนี้ก็ค่อนข้างดีนะ”
“ก็ดีอยู่หรอก แต่นายช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยสิว่านี่มันคืออะไรกันแน่?” เธอโยนชุดสูทในมือของเธอไปไว้ตรงเตียง ก่อนจะเผยสีหน้าและแววตาที่ดูโกรธเคืองออกมา
“หยางหยางกับหน่วนหน่วนอยู่ข้างนอกไม่ปลอดภัย พวกเราออกไปกันเถอะ” เขาเอื้อมมือไปดึงข้อมือของเธอและเดินออกไปข้างนอก พร้อมกับอธิบายไปด้วยว่า “เธอบอกว่าให้ย้ายออกไป ฉันก็คิดจะย้ายทั้งครอบครัวออกไปเลย อีกอย่างครั้งสุดท้ายเลขาหลินบอกว่าบ้านของเธอนั้นค่อนข้างอยู่ไกลจากที่ทำงาน เพราะงั้นที่นี่ยกคืนให้เธอก็แล้วกันนะ”
นี่เขาจงใจทำให้มันลำบากชัด ๆ ถึงกับหาเหตุผลออกมาแถแบบนี้
“แล้วที่เธออยู่นั่นล่ะ?” คงไม่ใช่ว่าจะริบเก็บกลับคืนหรอกนะ!
“ฉันมอบให้เขาไปแล้ว จะเก็บกลับคืนมาทำไมกัน? อีกอย่างนั่นก็เป็นสินสอดทองหมั้นที่เตรียมไว้ให้กับเธอด้วย” เขาไม่ค่อยสนใจความรู้สึกของหลินจือเซี๋ยวเท่าไร ถึงแม้ว่าหลายปีมานี้เธอจะทำงานให้เขามาเยอะก็ตาม
แต่นี่ก็เป็นเหตุผลที่พวกเขาและเธอนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
สินสอดทองหมั้น?
หลินจือเซี๋ยวที่ไม่ได้มีแฟนมานานมากแล้ว ยังได้สินสอดทองหมั้น นี่จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยปากพูดออกมาได้ยังไงกัน?
“ของฉันยังไม่เก็บมาเลย!”