“นายรู้สึกเคืองอย่างนั้นเหรอ?”
เขาดึงเธอมาโอบกอดก่อนจะเดินเคียงข้างกันเข้าไป ปากของเขาเอ่ยตอบเธอด้วยรอยยิ้มว่า “โหรวโหรว พวกเราเป็นครอบครัวอัจฉริยะที่ล่มจม ”
เธอยิ้มอย่างอึดอัดออกไป “เหอะ เหอะ……”
ดูก็รู้ว่าเขาเคืองมากแค่ไหน!
เมื่อเข้าไปในบ้านแล้ว หยางหยางกับหน่วนหน่วนกลับไม่อยู่ น่าจะอยู่ที่ชั้นบนแทน ปกติเธอมักจะคุ้นเคยกับการทักทายพวกเขาก่อนและค่อยขึ้นไปข้างบน
จิ่งเป่ยเฉินต้องเดินตามเข้าไปแน่ ๆ พอขึ้นไปข้างบนอันโหรวก็เห็นหน่วนหน่วนกำลังวาดรูปอยู่ ชุดเจ้าหญิงสีขาวเปื้อนไปด้วยสีที่วาดไม่ใช่น้อย ๆ ดูแล้วตอนนี้คล้ายกับตุ๊กตาที่มีสีประดับมากกว่าห้าสีเชียว
ทางด้านหยางหยางก็หยิบหนังสือมาอ่านอยู่ข้าง ๆ เธอ
“แม่จ๋า! พ่อจ๋า!” หน่วนหน่วนเดินตรงมาหาพวกเขาด้วยเท้าเปล่า หยางหยางที่อ่านหนังสืออยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขา นี่ถือว่าเป็นคำทักทายของเขาแล้ว
อันโหรวมองไปยังหน่วนหน่วนที่วิ่งเข้ามาหา ก่อนจะยื่นมือเข้าไปอุ้ม แต่จิ่งเป่ยเฉินก็ได้เดินไปข้างหน้าเธอและโอบเธอไว้แทน ทั้งยังย่อตัวลงรับชุดที่เปื้อนของหน่วนหน่วนเข้าไปเต็ม ๆ
“พ่อจ๋า!” ร่างเล็ก ๆ ของหน่วนหน่วนได้ล้มลงบนตัวของเขา มือเล็ก ๆ ที่เปื้อนไปด้วยสีระบายก็เปรอะเปื้อนบนชุดสูทราคาแพงของเขาทันที ชุดสูทพวกนั้นมีร่องรอยประทับสีสันอยู่เต็มไปหมด
“หน่วนหน่วนวันนี้สนุกหรือเปล่าคะ?” จิ่งเป่ยเฉินมองเธอด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะปล่อยให้มือเล็ก ๆ ของเธอ ‘วาดรูป’