รับโทรศัพท์ไปสิ” โทรมาครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้ ดูท่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญน่าดู
“เธอแน่ใจนะว่าให้รับ?” จิ่งเป่ยเฉินหันหน้าจอโทรศัพท์มาให้เธอดู
อันโหรวเห็นคำว่า ‘แม่’ อยู่ก็กลืนน้ำลายและพูดว่า “อย่าพูดไร้สาระเชียว”
“พูดไร้สาระอะไร?” เขาดึงโทรศัพท์กลับมา ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเลื่อนสไลด์ไปที่หน้าจอ สายตาของเขานั้นไม่ได้มองที่หน้าจอกลับมองไปที่หน้าของเธอแทน
เมื่อเห็นเขารับโทรศัพท์แล้ว เธอก็พยายามแย่งโทรศัพท์จากมือของเขา แต่เมื่อเธอยื่นมือออกไป จิ่งเป่ยเฉินก็ยกมือขึ้นแทนเสียอย่างนั้น
แน่นอนว่าตัวของเขาสูงกว่าเธออยู่แล้ว เธอที่สวมรองเท้าแตะแบน ๆ กับความยาวแขนของเขาที่ยาวขนาดนั้น มันก็เหมือนกับรังแกเธอชัด ๆ
เธอถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธเคือง ก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าห้องไป!
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอเดินไปด้วยรอยยิ้ม มือซ้ายเล่นมือถือของเธออยู่ ปากก็ไม่ลืมตอบคำถามของซูรั่วหยาเลยแม้แต่น้อย “แม่บอกว่าอยากอุ้มหลาน แต่เด็กเกิดมาอาจจะไม่เหมาะกับแม่เท่าไรนักหรอก แต่ผมก็หาหลานให้แม่ได้ตามความต้องการของแม่แล้ว”
“ที่ฉันพูดคือหมายถึงลูกของลูก ไม่ใช่ลูกของคนอื่น!” ซูรั่วหย่านั่งอยู่บนโซฟา เธอสงสัยว่าเรื่องที่เธอทำนั้นเป็นความผิดหรือเปล่า มันเหมือนบังคับให้เขาแต่งงานด้วยวิธีนี้เลย
ไม่อย่างนั้นละก็ เขาคงไม่ถูกบังคับให้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แน่ แถมยังเจอผู้หญิงที่มีลูกแล้วอีกต่างหาก
ต่อให้เธอคิดว่าเลขาคนนั้นดูไม่เ