ก็หันไปมองจิ่งเป่ยเฉินที่มีสีหน้าเย็นชา ดวงตาของเขาดูเย็นยะเยือก เผยให้เห็นถึงความนัย ผู้หญิงที่เขาโอบกอดอยู่ตอนนี้ เหมือนว่าเขากำลังปกป้องผู้หญิงคนนี้อยู่
อันโหรวรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นชาและเคร่งขรึมของเขาดี ในช่วงเวลานี้เองก็รู้สึกได้ว่าเขานั้นอารมณ์ดีขึ้นมาไม่เบา เล่นเสียจนเธอลืมอารมณ์ที่เขาเคยเย็นชาและมักจะเฉยเมยกับผู้อื่นไปเลย
จิ่งเป่ยเฉินจ้องมองไปที่นักข่าวด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดว่า “ออกไป!”
“ไป ไปเร็ว!”
“เร็วเข้า!!”
นักข่าวที่ต้องการทราบข่าวจากปากของเขานั้นรีบสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ราวกับนกที่แตกรัง
อันโหรวถึงกับยกนิ้วโป้งให้เขา และพูดว่า “เมื่อครู่นายลืมบอกนักข่าวนะว่าอย่าให้พวกเขาเผยแพร่ข่าวพวกนี้ออกไป”
“ฉันตั้งใจ” เขาพาเธอเข้าไปในบ้าน เมื่อพวกเขาเข้ามาข้างใน หยางหยางกับหน่วนหน่วนก็กินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เธอปิดประตู พลางมองไปที่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอ พลันนึกถึงคำพูดที่เขาเอ่ยเมื่อครู่นี้ เธอเองก็ไม่ได้โกรธหรือว่าอะไร แต่ก็พูดไปว่า “นายเองก็ออกไปด้วย!”
“แม่จ๋า! ให้พ่อจ๋าอยู่เล่นกับพวกเราก่อนสิ! ตอนนี้ยังไม่ดึกเลย” หน่วนหน่วนลุกขึ้นจากที่นั่งและวิ่งไปกอดเธอจากด้านหลังทันทีเพื่อช่วยจิ่งเป่ยเฉินพูด
“ได้จ้ะ” เธอก้มตัวและยิ้มให้กับลูกสาว โดยไม่สนใจว่าสีหน้าของจิ่งเป่ยเฉินจะเป็นยังไง เมื่อพูดกับลูกสาวเสร็จเธอก็รีบไปทำความสะอาดโต๊ะและล้างจานต่อทันที
ขณะที่ล้างจานอยู่นั้น หยา