งหยางก็ได้เดินเข้าไปที่ห้องครัว เมื่อครู่ที่ด้านนอกนักข่าวพูดเสียงดังเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าพวกเขาต้องได้ยินอยู่แล้ว
อันหยางรู้สึกมาตลอดว่าแม่จ๋าแต่งหน้าขี้เหร่แบบนั้นไม่ใช่เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการคุกคามของเหล่าพวกผู้ชาย แต่กลับยังมีสิ่งอื่น ๆ อยู่อีก
จิ่งเป่ยเฉินที่สามารถเอ่ยได้ว่าตัวของเขาเพียงแค่ยกมือก็สามารถครอบคลุมทั่วทั้งเมือง A ได้แล้ว ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกลับมาใช้ใบหน้าปกติ ต้องใช้ชื่อนามแฝงและแต่งหน้าขี้เหร่แบบนี้ไปก่อน
แม่จ๋าต้องปิดบังเรื่องพวกเขาเอาไว้ไม่ให้คนอื่นรู้ เนื่องจากตัวของเขายังเล็กอยู่ แต่ใจของเขาเองก็อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของแม่อยู่ตลอดเวลา
“แม่จ๋า แม่ชอบพ่อเขาไหม?” เขาเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างจริงจัง
อันโหรวที่กำลังขยับมือทำโน่นทำนี่จู่ ๆ ก็หยุดลงชั่วขณะ ก่อนจะล้างจานต่อ จิ่งเป่ยเฉินตอนนี้น่าจะขึ้นไปชั้นบนกับหน่วนหน่วน และไม่น่าจะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันแน่ ๆ
เธอเลยตอบกลับไปว่า “ก็ชอบอยู่นิดหน่อยนะ” ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยชอบเท่าไร แต่ตอนนี้ตัวเธอเริ่มรู้สึกชอบเขามากขึ้นกว่าเดิมแล้ว
“แต่ผู้หญิงของพ่อเขา……..” เขายังสลัดภาพความคิดที่เคยเห็นในโลกออนไลน์ที่มีข่าวซุบซิบอยู่เต็มไปหมดไม่ได้
โดยเฉพาะเรื่องของจิ่งเป่ยเฉินกับลูซี่ในค่ำคืนนั้น ทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมาก เขาไม่อยากให้แม่จ๋าของเขาอยู่กับผู้ชายแบบนี้
“นั่นมันแค่ข่าวลือ” ถ้าหากผู้หญิงพวกนั้นมีจริง ๆ