อนไปสิ จากนั้นก็กลับไปบ้านของหลินจือเซี๋ยวและเก็บข้าวของ เอาบัตรประชาชนมาด้วย พวกเราจะได้ไปจดทะเบียนสมรสกัน” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยอย่างนิ่งสงบ แต่จริง ๆ แล้วเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ทำได้เพียงแค่ใช้น้ำเสียงที่นิ่งสงบและพูดเร็ว ๆ เพื่อปกปิดความยินดีที่อยู่ในใจ
เขารอมานานมาก ในที่สุดวันนี้ก็ได้มาถึง ถึงแม้จะรู้สึกโกรธหลินจือเซี๋ยวมากที่ได้พาเธอมาที่ที่อันตรายแบบนี้ แต่ถ้าหากมันไม่ใช่แบบนี้ละก็ พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ ดูจากหลินจือเซี๋ยวแล้วที่ทำผลงานมามากมาย เขาจึงไม่ถือโทษโกรธเท่าไร
อันโหรวที่เพิ่งจะกินโจ๊กเข้าไปหนึ่งคำ พอได้ยินคำพูดที่ดูใหญ่โตเสียขนาดนั้น ในหัวของเธอก็มีข้อมูลไตร่ตรองอยู่เต็มไปหมด จนกระทั่งเธอนิ่งเสียจนไม่ตอบสนองอะไรทั้งสิ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่เธอพอจะรู้ก็คือหลินจือเซี๋ยวจะต้องโทรศัพท์มาหาเธอแน่ ๆ ซึ่งจิ่งเป่ยเฉินก็น่าจะเป็นคนรับสาย เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่อาจแกล้งว่าตัวเองไม่ใช่อันอีหานได้อีกแล้ว
หลินจือเซี๋ยวเธอนี่…..ฆ่าฉันให้ตายเลยยังดีกว่า!
“หยางหยางกับหน่วนหน่วนไม่ใช่ลูกของนายนะ!” เธอมองเขาก่อนจะทำท่าฮึดฮัด “ไม่ใช่จริง ๆ นะ!”
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ดูเธอที่ยังแสร้งทำตัวว่าไม่ใช่อันอีหานอยู่อีก คงมีแต่เธอแล้วจริง ๆ ที่กล้าทำตัวเฉยเมยไม่รู้ไม่ชี้ต่อหน้าเขาแบบนี้ได้
“ฉันไม่คิดจะไปตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อหรอกนะ ฉันคิดว่าหน่วนหน่วนเองก็คงไม่เห็นด้ว