ัวเธอได้อีก และจะช่วยจัดแจงให้เธอสบายใจได้แน่นอน แต่เรื่องหยางหยางกับหน่วนหน่วน ฉันเองก็คิดอยากจะเจอเขาแบบจริง ๆ จัง ๆ เหมือนกัน เพราะถึงอย่างไรนั่นก็เชื้อไขของฉันเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะรีบไปบอกสำนักข่าวเลยนะว่าอีกสามวันข้างหน้าฉันจะแต่งงาน และจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ชื่อ อันโหรว”
“นาย……” อันโหรวกังวลมาก ในมือของเธอที่ถือแก้วนมอยู่ คิดอยากจะเอาแก้วนั้นตีไปที่หน้าของเขาจริง ๆ แต่เธอก็ไม่กล้าพอ ไม่สิ ทำไม่ได้ต่างหาก
“ตัดสินใจแล้วหรือยัง?” จิ่งเป่ยเฉินโน้มตัวไปใกล้แก้มของเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วนมจากมือของเธอและพูดว่า “โหรวโหรว?”
ทันใดนั้นภายในห้องก็ตกอยู่ในสภาพเงียบงัน จิ่งเป่ยเฉินรู้ดีว่าเธอกำลังคิดอยู่จึงไม่ได้พูดอะไรให้มากความ ก่อนจะค่อย ๆจับมือของเธอขึ้นมา ให้เธอรู้ว่าเธอยังมีกำลังอยู่ และยังแรงสนับสนุนอยู่
หลังจากผ่านไปหลายนาที อันโหรวก็ได้เงยหน้าขึ้นมองไปที่เขา ดวงตาสีน้ำตาลของเธอนั้นสะท้อนให้เห็นถึงคิ้ว ดวงตา และใบหน้าอันหล่อเหลาของจิ่งเป่ยเฉินอย่างชัดเจน
มันดูไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ หรือแม้กระทั่งตอนนี้ แม้ว่าพวกเขาจะทะเลาะกันทุกครั้งที่พบเจอ แต่เวลาเจอเรื่องอะไรพวกนี้ เขามักจะพูดด้วยท่าทีกระตือรือร้นอยู่เสมอ และพร้อมที่จะช่วยเหลือเธอเสมอมา