ก็กำลังยืนอยู่ตรงนี้ ดังนั้นก็คงเป็นเสียงฝีเท้าของโอวหยางลี่แน่ ๆ
“เธอพูดอะไรไร้สาระ!” เหลียวเว่ยเริ่มรู้สึกโมโหและเป็นกังวล ความจริงแล้วการที่เธอไม่มีลูกมันเป็นอะไรที่จี้ปมเธอมาก ๆ
แม่ของโอวหยางลี่เองก็เคยพูดกับเธออยู่หลายครั้งหลายหน เธอเองก็อยากจะตั้งท้องเหมือนกัน แต่พวกเขาแทบไม่ได้หลับนอนด้วยกัน แล้วจะตั้งท้องได้ยังไง?
“เหลียวเว่ยที่เธอพูดเป็นความจริงเหรอ?” โอวหยางลี่เดินหลีกทางจากฝูงชนเข้ามา พลางมองเธอด้วยท่าทีจริงจัง
เหลียวเว่ยไม่ได้หวาดกลัวเขา จึงเงยหน้าขึ้นไปมองเขาตรง ๆ และพูดขึ้นว่า “อะไร คุณรู้สึกเจ็บใจยังงั้นเหรอ? ฉันถูกคนอื่นมาว่าแบบนี้ ทั้งยังถูกขัดขาอะไรแบบนี้อีก คุณคงลืมไปแล้วสินะว่าฉันยังเป็นภรรยาของคุณอยู่!”
“กลับไปค่อยคุย” โอวหยางลี่คว้าเอวของเธอ ก่อนจะเดินลดศีรษะลงและเข้ามาใกล้ตัวเธอ “จิ่งเป่ยเฉินปกป้องเธอขนาดนั้น คุณก็ยังหูหนวกตาบอดอยู่อีกนะ!”
เหลียวเว่ยยังคงพูดต่อไม่มีหยุด แต่เมื่อได้ยินคำพูดของโอวหยางลี่ เธอก็ต้องยอมเดินตามเขาไปอย่างเงียบ ๆ
โอวหยางลี่หันกลับไปมองทั้งสองคนที่กำลังยืนกอดกันอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะหันหน้ากลับไป
เรื่องของเขานั้นมันไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่มันอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทโอวหยาง เหลียวเว่ยนี่เป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักคิดเอาเสียเลย
เพียงแต่ว่าสิ่งที่เขาไม่เข้าใจที่สุดก็คือ จิ่งเป่ยเฉินชอบผู้หญิงคนนั้นมากเลยเหรอ ดวงตาของเธอนั้นเหมือนโหรวโหรว ไ