บเธอ สายตาของเขามองไปที่จิ่งเป่ยเฉิน และพูดว่า “เฉิน นี่คือเลขาคุณเหรอ?”
“อันอีหาน” จิ่งเป่ยเฉินแนะนำสั้น ๆ
“สวัสดีค่ะ!” เธอยิ้มพลางกล่าวทักทาย ก่อนจะยื่นมือออกไป
ลีออนพยักหน้าให้จิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะยื่นมือไปจับกับเธอเบา ๆ และยื่นแก้วไวน์เข้าไปตรงหน้าเธอเพื่อหวังจะชนแก้ว “ลีออนครับ”
หลังคำทักทายสั้น ๆ พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ปัจจุบันและเกี่ยวกับแผนพัฒนางานในอนาคต
เธอไม่ได้เข้าใจในด้านอุตสาหกรรมไวน์เลยไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เธอกลับได้กลิ่นหอมของมัน เธอค่อย ๆ จิบมันทีละนิด ลิ้มรสชาติของไวน์ในยามเที่ยงหลังกินข้าว จากจิบทีละนิดก็กลายเป็นดื่มจนหมด
หลังจากที่รับประทานอาหารที่โรงแรมนั่วเทียน ทั้งสองคนก็ได้ไปเล่นกอล์ฟในร่ม แถมยังไม่ต้องการให้เธอเป็นแคนดี้อีก กลับกันเธอกลายเป็นแค่ผู้ชมที่ไม่รู้จะทำอะไร ทันใดนั้นระหว่างดูพวกเขาก็แอบคิดถึงหยางหยางและหน่วนหน่วน ไม่รู้เลยว่าพวกเด็ก ๆ กำลังทำอะไรกันอยู่
เธอมองไปที่พวกเขาสองคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่ระยะไกล เธอจึงหยิบมือถือออกมา ก่อนจะเดินไปหาสถานที่เงียบ ๆ เพื่อโทรไปยังบ้าน
ขณะฟังเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์บ้าน เธอก็รู้สึกมีความสุข เพราะอีกเดี๋ยวน่าจะได้ยินเสียงของหยางหยางกับหน่วนหน่วนแล้ว
แต่เมื่อเงี่ยหูรอฟังเสียงโทรศัพท์จนในที่สุดก็ไม่มีใครรับ เธอเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกมากขึ้น ก่อนจะรีบโทรไปยังเบอร์มือถือของหยางหยาง
เธอเอามือซ้ายตบไ