ริ่มเด็ดเดี่ยวเหมือนตอนที่เข้ามาตอนแรก
เพียงแต่ว่าจิ่งเป่ยเฉินนั้นก็ยังคงมีวิธีที่เอาชนะตัวเธออยู่ เหมือนกับเมื่อห้าปีก่อนหน้านั้น
เขาเดินมาหาตัวเธอ ดวงตาที่ดำคล้ำเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดสองคำออกมาว่า “กินข้าว”
หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เธอเห็นแค่แผ่นหลังที่สง่างามและรูปขาที่เรียวยาว เขารีบเดินออกไปโดยที่เธอยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรเลยสักคำ
ตลอดทางที่วิ่งตามเขาไป แม้จะมีอาการเหนื่อยหอบบ้าง แต่ก็ยังตามติดเขาอยู่ “ประธานจิ่ง นี่เวลาเลิกงานแล้ว ฉันขอเลิกงานก่อนนะคะ”
เมื่อเขาได้ยินก็เริ่มเดินช้าลง แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ก่อนจะพูดว่า “ทำงานล่วงเวลา”
“ทำงานล่วงเวลาก็สามารถเลิกงานได้นะคะ! และตอนนี้ก็หกโมงกว่าแล้ว!” ถ้าหากเป็นเวลาปกติ เวลาห้าโมงก็ถือว่าเลิกงานแล้ว
“แน่นอนว่าการทำงานล่วงเวลานับว่าเป็นสิ่งที่ฉันคิด แต่ถ้าหากคุณอยากได้สิ่งที่ตัวเองคิดละก็ นอกเสียจาก… ” จิ่งเป่ยเฉินเม้มปากไม่ยอมพูด แต่อันโหรวกลับเห็นรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเขา เห็นได้ชัดว่าตัวของเขานั้นมีความสุขมากขนาดไหน
“นอกเสียจากอะไรคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัย
“นอกเสียจาก……คุณจะเป็นคุณนายจิ่ง”
“แค่ก แค่ก แค่ก……” เธอถึงชะลอฝีเท้าลงทันที ในใจกลับปลอบตัวเองไม่หยุด เมื่อครู่เหมือนเธอฟังอะไรบางอย่างแว่ว ๆ คำพูดพวกนั้นคงไม่ได้ออกมาจากปากจิ่งเป่ยเฉินหรอกใช่ไหม
เพียงแต่ว่าตอนนี้เมื่อเห็นเขาแล้ว ใบหน้าที่เย็นชาของเขากลั