ิษัทจิ่งค่อนข้างมาก เธอจึงขับรถไปจอดไว้ที่ชั้นใต้ดิน ซึ่งมีคนค่อนข้างน้อยกว่ามาก
เมื่อรถจอดลง เธอก็ปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะเหลือบมองไปที่เขาและพูดว่า “ประธานจิ่ง คุณบาดเจ็บร้ายแรงมากเลยเหรอคะ?”
“แล้วคุณคิดว่ายังไง?” จิ่งเป่ยเฉินถามกลับอย่างเย็นชา ราวกับว่าคำถามของเธอนั้นมันดูไร้สาระ ก่อนจะลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเขาลงจากรถ เธอก็รีบหยิบถุงยาและเดินตามเขาไป เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนป่วยอยู่ แต่ทำไมถึงได้เดินเร็วขนาดนั้น เหมือนกับว่าร่างกายของเขาแข็งแรงกว่าเธอเสียอีก
เมื่อมาถึงลิฟต์ส่วนตัว เธอก็กดไปที่ชั้นสิบห้าและยืนรออยู่ข้าง ๆ เขา ตอนนี้บรรยากาศรอบ ๆ มีเพียงแค่พวกเขาสองคนและความเงียบ ราวกับว่าจะได้ยินเสียงของหัวใจกันและกัน
“คุณมองผมแบบนี้ เป็นห่วงยังงั้นเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินจู่ ๆ ก็โน้มตัวเข้ามาใกล้เธอ ใบหน้าที่ซีดขาวของเขาเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“แน่นอนว่าต้องเป็นห่วงสิคะ ประธานจิ่งคุณบาดเจ็บขนาดนั้น ฉันที่เป็นลูกน้องหรือคนอื่น ๆ ต่างก็เป็นห่วงคุณมาก ในใจก็ย่อมเจ็บปวดเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนบาดเจ็บเหมือนกัน” เธอแสร้งทำเป็นพูดเกินจริง พลางเอามือกุมที่หน้าอกของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองไปที่เขา ใบหน้านั้นดูแฝงไปด้วยความจริงใจ
“ผมไม่เห็นว่าคุณต้องจริงจังขนาดนั้นเลย” ถึงแม้ว่าใบหน้าของเธอจะซีดเหลือง แต่เธอเล่นแสดงออกมาแบบนี้มันก็ออกจะดูเกินไปหน่อย
“ประธานจิ่งไม่ต้องห่วงเรื่องของฉันหรอกค่