ะ ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณไม่เป็นแล้วสินะ! บาดแผลเล็กน้อย!” เธอชำเหลืองมองไปที่ลิฟต์ที่เพิ่งจะเปิดออกตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปทำท่าราวกับเชิญ “ประธานจิ่ง เชิญค่ะ”
ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นเลขา ถ้าหากว่าตอนนี้เธอคืออันโหรว คำพูดของเธอก็พอจะจินตนาการออกก็คงเป็น ‘จิ่งเป่ยเฉินไสหัวออกไปซะ!’
แต่ตอนนี้เธอทำได้แค่อ้าปากเรียกประธานจิ่ง คุณจิ่ง ชื่อแต่ละชื่อฟังแล้วก็น่าโกรธเคืองจริง ๆ
โชคดีที่เธอยังพอจะควบคุมตัวเองได้อยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นละก็ ไม่ช้าก็เร็วมีหวังเธอได้กลายเป็นบ้าแน่ ๆ
ในลิฟต์แคบ ๆ ทั้งสองคนยืนนิ่ง โดยเขายืนอยู่ด้านหน้า ส่วนอันโหรวก็ยืนอยู่ด้านหลัง พลางมองไปที่เขาอยู่หลายรอบ เพราะดูท่าทางเหมือนเขาจะโกรธอยู่เล็กน้อย
ทันใดนั้นลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้นแปด ฉิวซียืนอยู่หน้าลิฟต์ แต่เมื่อเห็นจิ่งเป่ยเฉินที่ได้รับบาดเจ็บกำลังยืนอยู่และที่ด้านหลังของเขาคืออันอีหาน
เธอก็แอบคิด หรือว่าอันอีหานจะทำร้ายประธานจิ่ง?
“ประธานจิ่ง คุณ…..”
“ออกไป!” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ ก่อนที่ลิฟต์ตรงหน้าจะค่อย ๆ ปิดลงอีกครั้ง
จิ่งเป่ยเฉินที่ดูคุ้นเคยทำท่าเหมือนจะกลับมาแล้ว แม้ว่าเขานั้นจะได้รับบาดเจ็บอยู่ แต่ความโอหังของเขาก็ยังคงเดิม
ลิฟต์ที่ถูกเปิดออกอีกครั้งเมื่อถึงชั้นที่สิบห้า พวกเขาเดินออกมาพร้อม ๆ กัน
จิ่งเป่ยเฉินเดินตรงไปยังห้องทำงานของเขาทันที เสียงปิดประตูดังขึ้น ไม่รู้ว่าใครกันที่กล้าฟั