ที่สง่างามนี้จริง ๆ
จิ่งเป่ยเฉินที่อยู่ตรงหน้าหันกลับมา ดวงตาของทั้งสองคนจึงปะทะกันโดยบังเอิญ เธอรีบหันไปทางอื่น พลางแสร้งมองไปรอบ ๆ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกใจเต้นรัว เป็นเพราะเมื่อครู่นี้เธอสบตากับเขาหรือเปล่า?
มันช่างเป็นความลำบากใจที่ไม่เคยมีมาก่อนจริง ๆ
“ประธานหยาง ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ยินดีให้ความร่วมมือ” จิ่งเป่ยเฉินเดินผ่านเธออย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปคุยกับลูกค้าที่อยู่ตรงหน้า
“แน่นอน แน่นอน มีประธานจิ่งอยู่แบบนี้ ผมเองก็วางใจได้เยอะ หลังจากนี้จะได้พักผ่อนได้สักที!”
อันโหรวติดตามพวกเขาไปที่ด้านหลัง เมื่อครู่นี้แอบโกรธเล็กน้อย จิ่งเป่ยเฉินไม่มีท่าทีสนใจเธอเลยสักนิด
แต่เขาก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอดนั่นแหละ! จู่ ๆ เธอก็เกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้
นี่นับว่าไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก
หลังจากส่งประธานหยางไปแล้ว จิ่งเป่ยเฉินก็ได้หยุดเดินและพูดว่า “ไปกันเถอะ ไปรับลูกของคุณกัน”
รับลูก?
อันโหรวเพิ่งกลับมาได้สติ ถึงแม้ว่าจะไม่เชื่อในคำพูดของเขา แต่เมื่อคิดถึงหน้าของหยางหยางในตอนนั้น ทำไมเขาถึงไม่ยอมตัดใจสักทีนะ
จิ่งเป่ยเฉินมองไปที่ใบหน้าของเธอที่ทำท่างุนงง ก่อนจะอดไม่ได้ที่ยิ้มออกมา เพราะนั่นเป็นความตั้งใจของเขา
หลินจือเซี๋ยวไม่ได้อยู่ที่เมือง A แน่นอนว่าเธอเองก็คงต้องไปรับเด็กน้อยทั้งสองคนด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะสายไปนิดหน่อยแล้ว แต่มันก็เป็นสิ่ง