ริงจัง แต่เนื้อหากลับไร้สาระ” จิ่งเป่ยเฉินหยุดหมุนปากกาในมือและปิดเอกสารตรงหน้าลง “เธออยากจะลาออกก็พูดมาตรง ๆ”
“ไม่ใช่ค่ะ” หลินจือเซี๋ยวยืดหลังตรงขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูหล่อเหลากำลังแสดงความโกรธเกรี้ยวของจิ่งเป่ยเฉิน เธอก็กลืนน้ำลาย ก่อนจะพูดกระซิบด้วยน้ำเสียงอันเบา “เนื้อหาไม่ได้ไร้สาระนะคะ ประธานจิ่งดูหล่อมากจริง ๆ ค่ะ!”
“เธอเป็นผู้หญิงที่ตาถึงที่สุดในปีนี้….” จิ่งเป่ยเฉินโยนแฟ้มเอกสารให้เธอ “ไม่เยอะแล้ว”
เขาหมายถึงอันโหรวหรือเปล่า?
แต่หลินจือเซี๋ยวไม่ทันสังเกต เธอหยิบเอกสารขึ้นมาและหันหลังเดินกลับออกไปจากห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉินทันที
เมื่อกลับมายังห้องทำงานของตัวเอง เธอพิงไปที่ประตูพลางสูดลมหายใจเข้าออกในทันที ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าบิ๊กบอสนั้นไม่พอใจกับคำพูดของเธอเมื่อครู่!
น้ำเสียงดูนิ่งสงบแท้ ๆ แต่กลับไม่สามารถเพิกเฉยต่อความหมายที่แฝงอยู่ในนั้นได้
อันโหรวถ้าความลับถูกเปิดเผย อย่าได้โทษฉันเด็ดขาด ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยจริง ๆ นะ!
ทันทีที่ฉีเซิงเทียนเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉิน ก็เห็นเขาถือด้ามปากกา ราวกับกำลังวิเคราะห์โครงสร้างทุกอย่างบนโต๊ะ เผยท่าทางที่รอบคอบออกมา
“พี่เฉิน เกิดเรื่องอะไรขึ้น!” วันนี้เพิ่งจะวันจันทร์เองนะ และไม่ใช่ว่าเพิ่งซื้อสกุลเห่อมาได้หรอกเหรอ? ควรจะยุ่งจนหัวหมุนสิถึงจะถูก แต่ว่าตอนนี้เขากลับดูเหมือนกำลังรอความตายเสียมากกว่า แฟ้มเอกสารบนโต๊