ะเดินเข้าไปในโรงแรมฮวาเหม่ย และทันทีที่ก้าวเข้ามาถึง บริกรต่างก็เดินมาให้การต้อนรับพวกเขาในทันที
อันโหรวเหลือบมองไปด้านข้าง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้ม พร้อมยิงฟันราวกับโกรธเคือง “ดูท่าเรื่องตลกพวกนี้ ประธานจิ่งหลังจากนี้คงไม่ต้องพูดแล้วละนะ”
อันที่จริงภายในใจเธอคือ จิ่งเป่ยเฉินเป็นเจ้าบ้า พูดจาไร้สาระอยู่ได้ หัดเงียบซะบ้าง
“ผมจริงจังนะ” จิ่งเป่ยเฉินตอบกลับอย่างไม่สนใจ
เธอกลืนน้ำลายลงคอ แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอได้ยิน นี่มันหมายความว่ายังไงกัน? จริงจังอะไร ความหมายก็คงมีแค่อย่างเดียว!
“ฉันเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วนะคะ”
“ผมไม่สน”
“แต่ฉันสน! สามีของฉันเองก็เช่นกัน!” เธอปล่อยแขนที่เกาะเขาออกทันที เพื่อแสดงจุดยืนที่มั่นคงของตัวเธอ
“พวกคุณจะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ช่าง” จู่ ๆ เจ้าของแขนที่ว่างเปล่าก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาทันที
ความไม่พอใจของหัวหน้าใหญ่ทำให้อันโหรวเข้าใจโดยทันที แต่ดูแล้วไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ไม่นานทั้งสองคนก็เข้ามาถึงงาน พนักงานเสิร์ฟยื่นโบรชัวร์ที่มีกรอบสวยงามและตัวอักษรคำว่า “ฮวาเหม่ย” ให้ หนึ่งคือเมนู ส่วนอีกอันหนึ่งคือรายการเปิดตัว
จิ่งเป่ยเฉินหยิบเมนูขึ้นมา ส่วนเธอก็หยิบอีกเล่มหนึ่งพลางมองมันอย่างจริงจังโดยไม่ลังเล
แม้ว่าคอลเลกชันก่อนหน้านี้จะมีค่ามากสำหรับการสะสม แต่ก็ไม่ใช่ของตระกูลอันแต่อย่างใด เมื่อพลิกไปจนถึงสามหน้าสุดท้ายก็พบว่าเ