ลัง ก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว หากเปรียบดวงตาของเขาในตอนนี้ก็คงลึกล้ำราวกับทะเลลึก
เขาก้าวเดินออกไปด้านนอก นั่งสับสนมองไปที่เตียงอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกัดริมฝีปากและหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ พลางยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี
อันโหรวคิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะเป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว
จริง ๆ แล้วพวกเขา….
ก็ได้! หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ราวกับไม่รู้ว่าปีนี้เป็นปีไหน
เมื่อคิดถึงช่วงเวลาตอนบ่ายสองที่มีถ่ายงาน เธอก็รีบลุกขึ้นทันทีก่อนจะหยิบกระเป๋าและเดินออกไปข้างนอก จึงได้พบกับฉิวซีที่เพิ่งกินข้าวเสร็จ
“อันอีหาน เธอช่างกล้ามากนะ หายไปครึ่งวันแบบนี้!” เธอมองก่อนจะเท้าไปที่เอวของตน ครั้งนี้ถูกจับได้คาหนังคาเขาเลย
เธอสามารถบอกได้ว่าเธออยู่ที่บริษัทตั้งแต่แรกแล้ว?
“หัวหน้าฉิว ฉันมาตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ แต่กำลังพูดคุยเรื่องงานกับประธานจิ่งอยู่เลยไม่ได้แจ้งเวลาเข้างานล่วงหน้า” เธอหัวเราะก่อนจะเผยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่แหบแห้งออกมา แต่ทว่าเมื่อครู่นี้เพิ่งโต้เถียงกับจิ่งเป่ยเฉินค่อนข้างหนัก จึงทำให้น้ำเสียงแหบแห้งของเธอเริ่มแย่ลง
“คอของเธอนี่….” ฉิวซีสังเกตเห็นรอยแดงที่คอของเธอเป็นรอยจ้ำไปทั่ว ราวกับว่าเป็นรอยประทับตรา
“แปลกเหรอคะ? ลูกของฉันก็อายุห้าขวบแล้วนะ!” นิ้วของเธอเผลอชี้ไปที่ข้างนอก “วันนี้มีถ่ายงาน ฉันต้องไปแล้วค่ะ”
“เธอ….” ฉิวซีมองดูเธอเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ
เมื่อเช้าตอนที่คุยงานกับประธาน