ิบข้างหูเรียกเธอว่าอันโหรว
ให้ตายเถอะ นี่เขากำลังพิสูจน์หรือคิดจริงจังกันแน่?
“อา……”
เธออดไม่ได้ที่จะครวญครางร้องออกมา พลางจ้องมองไปที่ใบหน้าหล่อเหล่าของเขาที่เผยรอยยิ้มจนน่าขุ่นเคือง เขาตั้งใจชัด ๆ
“ใจลอยไปไหน”
รอยยิ้มของเขาดูมีเลศนัย เหงื่อที่ไหลออกมาจากใบหน้าทำให้เขาดูหล่อและเย้ายวนที่สุด
หลินจือเซี๋ยวที่ถือเอกสารในมือยืนรออยู่หน้าประตูห้องของจิ่งเป่ยเฉิน อันโหรวเข้าไปนานแล้วทำไมยังไม่ออกมาอีก คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม?
แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเคาะประตูเลยแม้แต่น้อย พลันสายตาเหลือบไปเห็นฉีเซิงเทียนเดินผ่านมา จึงรีบเข้าไปคว้าแขนของเขา “คุณผู้จัดการฉี ประธานจิ่งเข้าบริษัทหรือยังคะ?”
เธอรู้ว่าอันโหรวอยู่ด้านใน แต่ไม่เห็นว่าจิ่งเป่ยเฉินนั้นเข้าไปข้างใน
ถ้าหากว่าอันโหรวเข้าไปคนเดียว ไม่มีทางที่เธอจะเข้าไปนานขนาดนี้แน่!
ฉีเซิงเทียนก้มหน้าลงและปัดมือของเธอออก ก่อนจะมองไปที่ประตูหน้าห้อง รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “เลขาหลิน คุณกลับไปทำงานของคุณต่อเถอะ!”
“คุณหมายความว่ายังไง ประธานจิ่งเขา…” หลินจือเซี๋ยวชี้ไปที่ประตูห้อง “อยู่ข้างในจริง ๆ เหรอ?”
ภายในห้องทำงานของจิ่งเป่ยเฉินนั้นเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถึงด้านในห้องจะเสียงดังแค่ไหน ด้านนอกก็ไม่มีทางได้ยินอะไรเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความเงียบสงัดที่ทำให้รู้สึกถึงความน่ากลัว
“นี่คือห้องทำงานของเขานะ หรือว่าจะมีคนอื่นอยู่ข้าง