ในกัน?” ฉีเซิงเทียนขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย “หรือว่า……”
หลินจือเซี๋ยวพยักหน้าตอบ และพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “อันอีหานเธออยู่ด้านในห้องค่ะ”
“ผมรู้ว่าคนอย่างเขาเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน เลขาหลิน คุณกลับไปทำงานของตัวเองได้แล้ว คาดว่าสักพักหนึ่ง….คิดว่าคุณก็น่าจะเข้าใจ” ฉีเซิงเทียนหันมองไปที่ประตูสื่อความหมายโดยนัย ก่อนจะหันหลังกลับออกไป
หลินจือเซี๋ยวมองเขาเดินจากไป ก่อนจะถือเอกสารในมือก้มหน้าคอตกเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
โหรวโหรวอธิษฐานเอานะ ขอให้รอดเหมือนทุก ๆ ครั้ง หากครั้งนี้เธอเข้าไปในห้อง แล้วทำเรื่องอะไรให้เขาไม่พอใจขึ้นมาละก็ ได้ถูกโยนลงไปจากชั้นสิบห้าแน่ ๆ
เจ็บ……
เหนื่อย……
อันโหรวมีแค่สองความรู้สึกนี้ในหัว ความรู้สึกอื่น ๆ นั้นแทบจะไม่หลงเหลืออีกเลย!
เธอพยายามดิ้นขยับออกจากมือที่โอบเอวเธออยู่ พลันก็มีเสียงกระซิบที่ข้างหู “โหรวโหรว”
“โหรวน้องเขยคุณสิ!” เธอพยายามที่จะลุกขึ้น แต่มือที่เอวกลับโอบรัดจับตัวเธอไว้แน่นจนขยับตัวแทบไม่ได้
“ยังมีแรงด่าผมแบบนี้ ดูท่าคุณอยากจะต่อสินะ” จิ่งเป่ยเฉินกอดเธอไว้ในอ้อมแขน พลางมองไปที่ใบหน้าที่มีเครื่องสำอางอยู่บนหน้า นั่นทำให้ในใจเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“คนรักของประธานจิ่งเป็นคนธรรมดา ๆ ฉันไม่สามารถแทนได้หรอกนะคะ ฉันไม่รู้ว่าอันโหรวที่คุณพูดถึงนั้นคือใคร” เธอเหนื่อยที่จะรับมือกับเขาแล้ว เธออยากออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
“หึ เล่