” ซูรั่วหย่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจิ่งเป่ยเฉินพูดแบบนี้มาหลายครั้งต่อหลายครั้งแล้ว เห็นทีจะต้องพูดกันอย่างตรง ๆ เสียบ้าง“งานผมค่อนข้างยุ่ง ผมคงต้องทำงานล่วงเวลา”ก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อไปอีกว่า “เรื่องของงานแต่งงาน ผมเองก็กังวลไม่แพ้พวกคุณหรอก”“จริงเหรอ? ลูกพูดแบบนี้ค่อยวางใจหน่อย ชอบผู้หญิงคนไหนก็แค่ตามไปก็พอ สุดท้ายเขาจะอยู่ในมือลูกหรือเปล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของลูก” ซูรั่วหย่าเอ่ยกำชับเสร็จก็วางสายไปในความคิดของเขาตอนนี้ปรากฏคำว่า ‘อันโหรว’ และ ‘กำลังจะแต่งงาน’ ขึ้นมา เขาเริ่มรู้สึกสนใจคู่หมั้นของเธอมากขึ้น ไม่แน่ว่าคู่หมั้นของเธอนั้นอาจจะไม่มีใครสักคนเลยก็ได้ตัดภาพมาที่อันโหรวและลูก ๆเมื่ออยู่กับลูก ๆ อันโหรวได้บอกกับเด็ก ๆ ว่าพวกเขาจะต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนอนุบาล ซึ่งเมื่อมีมือถือก็จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นเด็กตัวเล็กทั้งสองคนจ้องไปที่มือถือ เธอก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “อย่าจ้องใกล้มาก มันจะทำร้ายดวงตา”“อืม แม่จ๋าผมรู้แล้ว” อันหยางหยุดเล่นโทรศัพท์ก่อนจะวางมันลงและยื่นมือไปรับน้ำผลไม้ที่แม่ยื่นมาให้“แม่จ๋า…..” อันหน่วนเรียกแม่พลางมองด้วยดวงตากลมโต ก่อนจะออดอ้อนและกะพริบตาปริบ ๆ อันโหรวก็เข้าใจได้ทันทีว่าลูกสาวของตนนั้นอยากร้องขออะไร“แม่จ๋า หนูอยากได้เบอร์ของคุณลุง หนูรับปากคุณลุงไว้แล้วว่าจะโทรหา แม่จ๋า แม่ไม่อยากให้หนูกลายเป็นคนผิดคำพูดหรอกใช่ไหมคะ?”อันหน่วนยื่นโ