อกนะว่าแกคิดจริงจังกับแฟนสาวข่าวลืออะไรนั่น รู้ไหมแกทำแบบนั้นจะทำให้พ่อของแกโกรธจนตายได้เลยนะ!” ซูรั่วหย่ากังวลเรื่องนี้มากพอสมควร เพราะหลายปีก่อนเคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คิดไม่ถึงเลยว่าพอผ่านมาหลายปี เขาจะยังไม่เปลี่ยนความคิดที่จะไม่แต่งงาน“อยากจะอุ้มหลานขนาดนั้น ถ้าเกิดว่ามีหลานขึ้นมาจริง ๆ ก็อุ้มกลับมา ถึงตอนนั้นคงตกใจน่าดู” จิ่งเป่ยเฉินกำโทรศัพท์แน่นขึ้น ก่อนจะเหม่อมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาถ้าหากอันอีหานเป็นอันโหรวจริง ๆ อันหน่วนก็ต้องเป็นลูกของเขา ซึ่งพอถึงตอนนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็คงน่าตกใจอยู่ไม่น้อย“ไม่ต้องพูดให้อ้อมค้อมหรอก อีกอย่างฉันเองก็เบื่อที่จะฟังแกพูดแบบนี้แล้ว คืนนี้ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องไปนัดบอด” ซูรั่วหย่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจิ่งเป่ยเฉินพูดแบบนี้มาหลายครั้งต่อหลายครั้งแล้ว เห็นทีจะต้องพูดกันอย่างตรง ๆ เสียบ้าง“งานผมค่อนข้างยุ่ง ผมคงต้องทำงานล่วงเวลา”ก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อไปอีกว่า “เรื่องของงานแต่งงาน ผมเองก็กังวลไม่แพ้พวกคุณหรอก”“จริงเหรอ? ลูกพูดแบบนี้ค่อยวางใจหน่อย ชอบผู้หญิงคนไหนก็แค่ตามไปก็พอ สุดท้ายเขาจะอยู่ในมือลูกหรือเปล่านั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของลูก” ซูรั่วหย่าเอ่ยกำชับเสร็จก็วางสายไปในความคิดของเขาตอนนี้ปรากฏคำว่า ‘อันโหรว’ และ ‘กำลังจะแต่งงาน’ ขึ้นมา เขาเริ่มรู้สึกสนใจคู่หมั้นของเธอมากขึ้น ไม่แน่ว่าคู่หมั้นของเธอนั้นอาจจะไม่มีใครสักคนเลยก็ได