เธอเองยังไม่กล้าที่จะพูดเลยแต่เพื่อที่จะไม่รบกวนเวลาทำงานของเพื่อนมากนัก หลินจื่อเซี๋ยวจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องไปแม้ว่าหยางหยางจะดูเหมือนจิ่งเป่ยเฉิน แต่หน่วนหน่วนเองก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ทั้งยังดูเหมือนลูกครึ่งอีกด้วย แล้วจะเป็นลูกของประธานจิ่งได้ยังไง พวกเขาที่เป็นเหมือนกับฝาแฝดกัน แต่แฝดที่หน้าตาไม่เหมือนกันนี่มันก็ยังไง ๆ อยู่เป็นไปได้ไหมที่อันโหรวจะมีผู้ชายสองคนในเวลาเดียวกัน?นี่มันเป็นไปไม่ได้แน่ ๆหลินจื่อเซี๋ยวส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหยุดและโยนความคิดของตัวเองทิ้งไป เธอไม่ยอมเป็นโรคประสาทแบบเดียวกับประธานจิ่งแน่ ๆเมื่อเวลามาถึงเก้าโมงเช้า อันโหรวเตรียมแผนการเอาไว้เป็นอย่างดีแล้วจึงรีบขึ้นไปยังชั้นสิบห้า เมื่อคืนเธอนอนหลับไปแค่สองชั่วโมง ตอนนี้จึงรู้สึกเหมือนจะวูบอยู่ตลอดเวลา
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมา พลางมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของตนเองที่ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาคือ เขาก็รีบกดรับทันที
“เป่ยเฉิน คืนนี้ว่างไหม? แม่นัดบอดไว้ให้ลูก” สายที่โทรเข้ามาเป็นคุณหญิงแห่งสกุลจิ่ง ซูรั่วหย่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วอ่อนโยนไม่ใช่น้อยจิ่งเป่ยเฉินยังคงถือกล่องโทรศัพท์ที่ยังไม่ได้ถูกแกะไว้ในมือ พลางหมุนมันเล่นไปมา และช่วงเวลานั้นเองภายในใจเขาก็ปรากฏภาพของอันโหรวขึ้นมา จึงพูดให้ผู้เป็นแม่ได้ยินว่า “ไม่ไป”“แกก็ใกล้จะอายุเลขสามสิบแล้ว ยังไม่คิดเรื่องนัดบอดอีก อย่าบ